โดย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงหลังจากการดีเบตรอบแรกระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน และนายโจ ไบเดน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต ได้ปิดฉากลงด้วยความโกลาหล เนื่องจากทั้งสองฝ่ายต่างก็ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงอย่างที่ไม่มีใครยอมใคร ขณะที่นักวิเคราะห์ยังกังวลต่อการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศกลางเวทีดีเบตว่าจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งหากปราชัย
ดัชนีหุ้นไทย ปิดการซื้อขายภาคบ่าย ที่ 1,237.04 จุด ลดลง -20.30 จุด (-1.61%) มูลค่า 48,983.70 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทย ปิดการซื้อขายภาคเช้า ที่ 1,247.97 จุด ลดลง -9.37 จุด (-0.75%) มูลค่า 23,756.55 ล้านบาท นักวิเคราะห์ ประเมิน ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ผันผวนในเชิงลบ หลังการดีเบตระหว่างทรัมป์ กับ ไบเดน ศึกชิงปธน.สหรัฐฯ คนที่ 46
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน-กลยุทธ์การลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ผันผวนในเชิงลบ หลังการดีเบตของผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน และนายโจ ไบเดน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต ในช่วงเช้านี้ ผลโพลออกมาให้"ไบเดน"ทำคะแนนได้ดีกว่า 47-48% ต่อ 41% ส่งผลให้ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สพลิกเป็นลบ เนื่องจาก"ไบเดน"มีนโยบายเปลี่ยนโครงสร้างภาษี ทำให้อาจมี Downside ต่อประมาณการกำไรได้ ซึ่งก็มองเป็นแค่ผลกระทบช่วงสั้น
ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวไซด์เวย์ทั้งในแดนบวก-ลบ โดยยังต้องติดตามนโยบายของ"ทรัมป์"ต่อไปเพราะมีผลต่อตลาดในเอเชีย ส่วนบ้านเราก็ให้ติดตามการพรีวิวงบการเงินกลุ่มแบงก์, การประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในเดือนต.ค. และติดตามผล Stress Test ของกลุ่มแบงก์ที่จะทยอยออกมาช่วงเดือนต.ค.นี้ด้วย
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายกรภัทร กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งไซด์เวย์ โดยมีแนวรับ 1,240 จุด ส่วนแวต้าน 1,264 จุด
ดัชนีหุ้นไทยเปิดการซื้อขาย ที่ 1,255.95 จุด ลดลง -1.39 จุด (-0.11%) มูลค่า 5,226.89 ล้านบาท นักวิเคระห์ คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งแคบ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยขับเคลื่อน
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งแคบ เนื่องจากตลาดไม่มีปัจจัยขับเคลื่อน และเชื่อว่า Fund Flow ก็ยังคงไม่ไหลเข้าช่วงนี้ ทำให้ไม่เห็นตลาดปรับตัวขึ้นไปอย่างมีนัย อีกทั้งยังต้องติดตามพัฒนาการการเมืองในประเทศ และสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ วันนี้ตลาดฯอาจเผชิญแรงกดดันจากการกลับมาใช้เกณฑ์ปกติของ Short Sell และซีลลิ่ง& ฟลอร์ ในวันพรุ่งนี้ (1 ต.ค.) ด้วย ซึ่งก็ต้องจับตาดูว่าจะเป็นอย่างไร โดยมองว่าเป็นความเสี่ยงสำหรับหุ้นขนาดใหญ่
พร้อมให้แนวรับ 1,250 จุด ส่วแนวต้าน 1,265-1,270 จุด
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 27,452.66 จุด ลดลง 131.40 จุด (-0.48%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,335.47 จุด ลดลง 16.13 จุด (-0.48%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,085.25 จุด ลดลง 32.28 จุด (-0.29%)
สัญญาน้ำมันดิบ เวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงหลุดจากระดับ 40 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (29 ก.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และทำให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวลงในระยะยาว ขณะที่นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันนี้
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ร่วงลง 1.31 ดอลลาร์ หรือ 3.2% ปิดที่ 39.29 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.ปีนี้
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ร่วงลง 1.40 ดอลลาร์ หรือ 3.3% ปิดที่ 41.03 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.ปีนี้
ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (29 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากดัชนีดอลลาร์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่นักลงทุนจับตาการดีเบตรอบแรกระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จากพรรครีพับลิกัน และนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ จากพรรคเดโมแครต ในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทย
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวลง 0.40% แตะที่ 93.8937 เมื่อคืนนี้
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9195 ฟรังก์ จากระดับ 0.9245 ฟรังก์ อย่างไรก็ดี ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.68 เยน จากระดับ 105.52 เยน และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3385 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3371 ดอลลาร์แคนาดา