เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2563 ผ่านมาแล้ว 22 วัน ครอบครัวของทันตแพทย์ ธีระวุฑฒ์ หวงสุวรรณากร ที่สูญเสียภรรยาและลูกในครรภ์ไปพร้อมกัน ได้ติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบการเสียชีวิตของคนในครอบครัวจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ยังไม่มีการชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิตของภรรยาที่แท้จริง โดยสัปดาห์หน้าครอบครัวก็จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อแพทยสภา เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน
ทันตแพทย์ ธีระวุฑฒ์ เปิดเผยว่า การสูญเสียทั้งภรรยาและลูกไปพร้อม ๆ กัน ระหว่างรักษา เป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้ที่จะไม่ตรวจสอบในขั้นตอนการรักษาของแพทย์ครั้งนี้ โดยเฉพาะขั้นตอนการวินิจฉัยโรค ก่อนจะฉีดสารบางอย่างเข้าไปในร่างกาย และมองว่าเพราะหากแพทย์วินิจฉัยอย่างละเอียด เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ทราบว่าภรรยาของเขาตั้งครรภ์
โดบ ก่อนหน้านี้วันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา เภสัชกรหญิงปวีร์ธิดา ภรรยา มีอาการเจ็บท้องน้อยและคลื่นไส้อาเจียน จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดเชียงใหม่ แผนกอายุรกรรมทางเดินอาหาร เบื้องต้นแพทย์ได้วินิจฉัยว่า ภรรยาของเขาเป็นนิ่วทางเดินปัสสาวะ และให้นอนดูอาการที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจเอ็กซเรย์ ช่องท้องส่วนล่าง ซึ่งจะต้องมีกระบวนการฉีดสารทึบรังสี แต่หลังจากฉีดสารดังกล่าวไปแล้ว พบว่าภรรยามีอาการแพ้ขั้นรุนแรง จนอาการทรุดหนักขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะเสียชีวิต และมาทราบภายหลังว่าภรรยากำลังตั้งครรภ์
ทั้งนี้ ทันตแพทย์ ธีระวุฑฒ์ ตั้งข้อสังเกตถึงการวินิจฉัยอาการของทางโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ระบุว่า เภสัชกรหญิงได้แจ้งอาการว่ามวนท้องและอาเจียนเวียนศรีษะ ไม่ได้ปวดท้องรุนแรง ประกอบกับเป็นท้องแรกและยังไม่รู้ตัวว่าท้อง ทำให้อาจคิดไปว่าปวดท้องเพราะอาหารเป็นพิษ จึงเข้าไปตรวจ จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาการเหล่านี้เข้าข่ายตั้งครรภ์ แต่เหตุใดแพทย์จึงไม่ฉุกคิดตรงนี้ ซึ่งการตรวจปัสสาวะดูภาวะตั้งครรภ์ ทำได้ง่ายและทราบผลทันที ทำไม่จึงไม่ทำ และยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าทางโรงพยาบาลอาจจะโอเวอร์แอคชั่น อาจใช้เครื่องมือที่เกินความจำเป็น ทำให้ผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการใช้เครื่องไม้เครื่องมือ รายละเอียดในส่วนนี้จะแจ้งกับแพทยสภาและในส่วนของการฟ้องร้องดำเนินคดีเท่านั้น
สำหรับการเสียชีวิตของเภสัชกรหญิงปวีร์ธิดา หลังเข้าโรงพยาบาลในเวลาเพียง 5-6 ชั่วโมง ญาติบอกว่าถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่