เปิดข้อมูล พบ ครูสารสาสน์ ทำร้ายเด็กรวม 12 คน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ผู้ปกครองโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ยังทยอยเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดี และ ขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด โดยตำรวจเปิดเผยข้อมูลกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบ พี่เลี้ยงจุ๋ม ทำร้ายนักเรียนรวมกว่า 30 ครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่ามีหนึ่งในครูที่ทำร้ายเด็ก ติดต่อกลับมาที่ผู้ปกครอง พร้อมอ้างเหตุผลที่ทำร้ายเด็ก ว่า กำลังท้องจึงอารมณ์แปรปรวน

ฝากขัง "ครูจุ๋ม" ตั้ง 2 ข้อหาทำร้ายร่างกาย-ทารุณเด็ก

ผู้ปกครอง แฉยับ สารสาสน์ฯ ไม่ได้มีแค่ “ครูจุ๋ม”

หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าครูอิ้ว และครูแพร ครูประจำชั้นอนุบาล ของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จะเข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ชัยพฤกษ์ ทำให้วันนี้มีผู้ปกครองของเด็ก ได้เดินทางเข้ามาตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อดูว่าบุตรหลานของตนเองโดนครูทำร้ายร่างกายหรือไม่ รวมทั้งมาติดตามความคืบหน้าของคดี ขณะที่ผู้ปกครองบางส่วนได้แจ้งความเอาไว้แล้ว

คลิปจากกล้องวงจรปิด ที่พบว่า ครูทำร้ายเด็กนักเรียน โดยผู้หญิงคลิป คือ ครูแพร ครูประจำชั้นอนุบาล1 ส่วนเด็กผู้ชายในคลิปที่ถูกกระชากคอเสื้อ คือ น้องนับตังค์  น.ส.ภัทราวดี เหม่นครบุรี แม่ของน้องนับตังค์ บอกว่า ตอนแรกตั้งใจเข้ามาลงบันทึกประจำวัน จากกรณีที่ก่อนหน้านี้พบว่าน้องนับตังค์ถูกครูแพรทุบหลัง แต่เมื่อมาถึงกลับเจอคลิปเพิ่มเติม

แม่ของน้องนับตังค์ เปิดเผยเพิ่มเติมกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่า ที่ผ่านมาพยายามโทรศัพท์ไปหาครูแพร แต่ไม่มีใครรับสาย ซึ่งต่อมาครูแพรส่งข้อความกลับมาหา ระบุว่า "หากตนเองลาออกจะทำให้คุณแม่สบายใจขึ้นมั้ยค่ะ" นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า "ตัวเองกำลังตั้งท้อง และยังมีภาวะรกเกาะต่ำ ทำให้บางครั้งอารมณ์แปรปรวน ควบคุมคุมตัวเองไม่ค่อยได้ และอาจจะทำอะไรลงไปโดยขาดสติ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง"

แม่ของน้องนับตังค์ บอกว่า หลังอ่านข้อความ ไม่ได้ตอบกลับใดใด เพราะ มองว่าสิ่งที่ครูแพรทำกับน้องนับตังค์รุนแรงมากเกินไป ซึ่งส่งผลทำให้ลูกชายไม่ร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน รวมถึงมีอาการไม่อยากไปโรงเรียน

ส่วนผู้ปกครองของน้องภาคิณ ห้องเนิร์สเซอร์รี อายุ 2 ปี เล่าว่า หลังจากที่มีกระแสข่าวค่อนข้างหนัก ตัวเอง พยายามโทรศัพท์ไปหาครูแพรว(ครูประจำชั้น)หลายครั้งเพื่อสอบถามว่าได้ทำร้ายลูกตนหรือไม่ แต่ไม่รับสายจนกระทั่งเมื่อคืนครูแพรวโทรกลับมาหาตน และยอมรับว่าเคยทำร้ายร่างกายน้องภาคิณจริง เมื่อพยายามสอบถามว่าทำไปเพราะอะไร เวลาไม่ดื้อไม่ซนตีหรือไม่ ครูเเพร ยอมรับว่า เวลาเด็กไม่ดื้อก็ตีบ้าง คำตอบนี้ทำให้ผู้ปกครองตกใจมาก และไม่เข้าใจว่าครูทำไปทำไม แต่ก็ยอมรับว่า น้องภาคินซน ซึ่งหากตีตอนที่ซนจะเข้าใจ แต่การตีตอนที่เด็กไม่ได้ดื้อ ทำให้รับไม่ได้

ส่วนผู้ปกครองของน้องอาชิ นักเรียนที่อยู่ห้องของพี่เลี้ยงจุ๋ม วันนี้ก็เดินทางมาดูกล้องงวงจรปิดเพิ่มเติม และ พบว่า น้องอาชิถูกพี่เลี้ยงจุ๋ม ผลักหัว 6 ครั้งติดต่อกัน ขณะที่กำลังนั่งระบายสีอยู่

ผู้ปกครอง พบ หลักฐานเพิ่ม “ครูจุ๋ม” ผลักหัวเด็ก 6 ครั้งติด

เมื่อถามถึงการให้สัมภาษณ์ของประธานเครือสารสาสน์ฯ ว่า ผู้ปกครองที่ออกมานั้นหิวเงิน แม่น้องอาชิ ระบุว่า เงินไม่ได้สำคัญเท่ากับชีวิตลูก รวมถึงที่เรียกร้องต่างๆ เพราะ ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูก และไม่ได้อยากได้เงินคืน แต่อยากได้รับความผิดชอบจากโรงเรียนมากกว่า

ขณะที่พนักงานสืบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ ให้ข้อมูลกับทีมข่าวพีพีทีวี ระบุว่า จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ภายในห้องที่พี่เลี้ยงจุ๋มเป็นครูพี่เลี้ยง ในช่วงตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. ถึง 23 ก.ย. รวม 8 วัน พบว่า พี่เลี้ยงจุ๋ม ทำร้ายเด็กถึง 31 ครั้ง มากสุดคือวันที่ 23 ก.ย. ที่เกิดเหตุ 15 ครั้ง

ทั้งนี้หากย้อนดูพฤติกรรมของครูโรงเรียนสารสาสน์วิเทศ ราชพฤกษ์ พบว่า จนถึงตอนนี้ปรากฎชื่อครูและพี่เลี้ยงที่ทำร้ายเด็กนักเรียนแล้ว 12 คน ประกอบด้วย

จุ๋ม ครูพี่เลี้ยงชั้นอนุบาล1 KE 1  มีพฤติกรรมตีกระชาก ผลักหัว ยาดมป้ายตาเด็ก

 ครูมาร์วิน ชาวฟิลิปินส์ มีพฤติกรรม ผลักหัวเด็ก

 ครูเปิ้ล ชั้นอนุบาล1 KE 1 มีพฤติกรรม ผลักศรีษะ กระชากเสื้อ และบิดท้อง

ครูแพร อนุบาล1 ABP Kg1/1 มีพฤติกรรมกระชากเด็กลงมาจากเก้าอี้ ที่ตีท้องเด็ก

ครูอิ้ว อนุบาล 1 KG 1 มีพฤติกรรม ดึงหู ผลักหัว 

 ครูบลู อนุบาล 1 KG B1   มีพฤติกรรมผลักหัว ดึงหู

 ครูแพรว  เนอสเซอรรี่ มีพฤติกรรมหยิกอวัยวะเพศเด็ก

รวมถึง ครูนิ , ครูเจี๊ยบ , ครูน้อยหน่า , ครูคาบู และ ครูเดนโล่

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า กรณีที่เกิดขึ้น มีทั้งประมวลกฎหมายอาญา กฎหมายครู กฎหมายคุ้มครองเด็ก ที่ควบคุมดูแลอยู่  ส่วนที่เข้าไปตรวจสอบและพบว่าโรงเรียนบกพร่องก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องดำเนินการ

ไล่ออก !! ครูทำร้ายเด็กอนุบาล โรงเรียนช่วยผู้ปกครองดำเนินคดี

 เมื่อถามว่ากรณีที่เกิดขึ้นจะถึงขั้นต้องปิดโรงเรียนหรือไม่นั้น นายวิษณุ บอกว่า มีมาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยหนักสุดคือต้องปิดโรงเรียน

ปธ.เครือโรงเรียนสารสาสน์ ยันไม่ปิด รร.พร้อมแก้ปัญหาตามความเป็นจริง

ตรวจสอบ "ครูฟิลิปปินส์" เหวี่ยงเด็กมีเอกสารอยู่ไทย 30 วัน

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ