“ทนายรณณรงค์"ไม่เห็นด้วย"ทนายช่วยคดีคนละเมิดสิทธิเด็ก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังจากที่ ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ช่วยทำคดีให้พี่เลี้ยงจุ๋ม ให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ปกครองเด็กในข้อหาทำร้ายร่างกาย จนเกิด กระแสวิพากษ์วิจารณ์ไม่เห็นด้วยกับการรับทำคดีนี้ อีกหนึ่งคนที่ออกมาขับเคลื่อนเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น และเคลื่อนไหวแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างแรง ก็คือ ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม ถึงขั้นโพสต์เฟซบุ๊กเชิญชวนให้ประชาชนเลิกสนับสนุน เพจทนายความดังกล่าว

ทนายรณณรงค์ ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวพีพีทีวี เปิดเผยว่า การที่ทนายเดชาออกมาช่วยเหลือเรื่องคดีความกับ พี่เลี้ยงจุ๋ม  ถือว่าอยู่ในขอบเขตบทบาทของทนายความ แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง คดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนเด็กโดยตรง เช่นเดียวกับในต่างประเทศก็มีการแบนสินค้าและบริการที่ใช้แรงงาน และทารุณกรรมเด็ก ตนเองจึงตัดสินใจโพสต์ข้อความแสดงความไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุนผู้ที่รับทำคดีนี้

ทนายรณณรงค์ ยืนยันว่า “ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับทนายเดชาเพียงแต่ไม่เห็นด้วยกับการสนับสนุนคดีที่เกี่ยวโยงกับการละเมิดสิทธิเด็กอย่างร้ายแรงในระบบการศึกษาไทยเท่านั้น” อีกทั้งตนเองยังมองว่า การที่ผู้ปกครองเข้าไปทำร้ายร่างกายพี่เลี้ยงจุ๋ม เกิดจากความไม่พอใจที่เห็นลูกถูกทำร้ายก่อน ซึ่งจริงๆแล้วนักกฎหมายและทนายความต้องทราบดีอยู่แล้วว่าการกระทำนี้เกิดขึ้นเพราะบันดาลโทสะ ไม่ได้จงใจทำร้ายร่างกาย

ด้าน นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ "ทนายเดชา" เจ้าของเพจทนายคลายทุกข์ เปิดใจกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า เรื่องการวไปว่าความให้ฝั่งโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จนส่งผลให้หลายฝ่ายออกมาท้วงติง ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติที่ผู้ถูกกล่าวหาจะหาทนายว่าความให้ เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ต้องหาทุกคนที่จะต้องมีทนายความ แม้แต่คดีข่มขืน คดีฆ่ากัน ยังมีทนายของรัฐมาว่าความให้ ส่วนกรณีที่มีทนายอีกฝั่งหนึ่งพูดพาดพิงถึงโดยระบุว่าตนสนับสนุนให้มีการละเมิดสิทธิเด็กจนทำให้ยอดผู้ติดตามในเฟซบุ๊กแฟนเพจของตัวเองลดลงนั้น ตนยอมรับว่าไม่ได้สนใจ เพราะทำไปตามหน้าที่ ใครผิดก็ว่ากันไปตามผิดเพราะทุกอย่างมีหลักฐานชัดเจน

ทนาย เดชา เปิดเผยว่า ผมแข็งแกร่ง โนสน โนแคร์ ไม่ได้ซีเรียสอะไรกับพวกกระแสเลย เราเป็นทนายความเราก็รับว่าความ มันต้องว่าความกันที่ศาลไม่ใช่ว่าความกันบนเฟซบุ๊ก ผมไม่ซีเรียสอะไรเลย

ทนายเดชา ระบุอีกว่า กรณีครูพี่เลี้ยงที่ปรากฏในคลิปไม่ได้มีความเลวร้ายหมดทุกคน จะต้องดูบริบทในขณะเกิดเหตุด้วย อย่างกรณี พี่เลี้ยงจุ๋มซึ่งเห็นความผิดชัดเจน โดยพี่เลี้ยงจุ๋มได้รับสารภาพทุกข้อกล่าวหาและได้มีการออกมาขอโทษแล้ว หากคู่กรณีไม่พอใจก็ว่ากันไปตามกฎหมาย

ขณะที่ นายนิพนธ์ จันทเวช เลขาธิการสภาทนายความในฐานะโฆษกสภาทนายความ ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่าเป็นการประกอบวิชาชีพของและเป็นสิทธิของแต่ละคน เมื่อมีคน จ้างว่าความทนายก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองตามกรอบจริยธรรม คุณธรรม และหลักในการประกอบวิชาชีพ โดยสภาทนายความจะไปก้าวก่ายหรือตีกรอบให้ไม่ได้ แต่ผู้ที่ประกอบวิชาชีพและว่าความในคดีนั้น ก็ต้องอยู่ในหลักจริยธรรม คุณธรรม มารยาททนายความ และต้องไม่ทำผิดข้อบังคับมรรยาททนายความ แต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิด อีกฝ่ายสามารถร้องขอให้สภาทนายความพิจารณาลงโทษได้

โจรก็ต้องมีทนาย! 'ทนายเดชา'​ เปิดใจรับคดี​ "สารสาสน์​ ครูจุ๋ม" ลั่นมีจริยธรรม​ สังคมอย่าดัดจริต

ผู้ปกครองร้องอัยการ ฟ้องเพ่งเรียกค่าเสียหาย รร.สารสาสน์ฯ

ผู้ปกครองแห่แจ้งความเพิ่ม “ครูจุ๋ม” ทำร้ายเด็กอนุบาล

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ