แม้จะถูกโจมตีว่าการกลับมาเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นการถอยหลังจากประเด็นข้อเรียกร้องเรื่องสถาบัน แต่ล่าสุด นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า พลเมืองโต้กลับ ยืนยันว่า ไม่ใช่การถอย แต่เป็นยุทธศาสตร์ที่ต้องการทำให้ประเด็นอื่นๆได้รับการพูดถึงมากขึ้น โดยเฉพาะ ความล้มเหลวในการบริหารงานของรัฐบาล ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา
นอกจากนี้ยังบอกอีกว่า การชุมนุมครั้งนี้จะค้างคืน และไม่ใช่การชุมนุมเพื่อแสดงพลังเหมือนที่ผ่านมา แต่จะเป็นการชุมนุมเพื่อกดดันให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกทันที
นายอานนท์ ยังบอกอีกว่า ส่วนตัวเชื่อว่า รัฐบาลเริ่มหวาดกลัวความเปลี่ยนแปลง หากมีสถานการณ์ที่อาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เชื่อว่า จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และรัฐบาลจะควบคุมไม่อยู่
"จาตุรนต์-สุธรรม-หมอเลี้ยบ” ชี้ ม็อบปัจจุบันแหลมคมกว่าอดีตมาก
พีพีทีวี สัมภาษณ์พิเศษ นักการเมืองที่เคยร่วมชุมนุมในเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 และ 6 ต.ค. 2519 ทั้งนายสุธรรม แสงปทุม , นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, นายจาตุรนต์ ฉายแสง ทั้งหมดมีความเห็นคล้ายกัน ว่า การเคลื่อนไหวของนักศึกษาในอดีต และ ปัจจุบัน มีความแตกต่างกันหลายอย่าง เช่น ปัจจุบัน มีความท้าทาย และ แหลมคมมากกว่า ใช้การสื่อสารที่ตรงไปตรงมา และเทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้น ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
หมอเลี๊ยบ แนะ พล.อ.ประยุทธ์ ลงจากตำแหน่งเป็นทางออกที่ดีที่สุด
นพ.สุรพงษ์ ยังมองว่า ปัจจุบันมีความชอบธรรมอย่างมาก เพราะ รัฐบาล มีที่มาจากรัฐบาลทหารที่ออกแบบกติกาเพื่อเอื้อให้อยู่ในอำนาจต่อ พร้อมมองว่า ทางออกที่ดีที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ขณะนี้คือการ ลาออก
ขณะที่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พูดถึงบทเรียนการเคลื่อนไหวเดือนตุลาคมในอดีต ว่า รัฐความส่งเสริมให้เด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ โดยอาจบรรจุในแบบเรียนให้ชัดเจน ไม่ควรปกปิด
นายวิโรจน์ ย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตจะเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ ในอนาคตไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย