เจ้าหน้าที่สามฝ่าย กระจายกำลังออกติดตามตัว อาสาสมัคร อาสลาน อูเซ็ง สมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนประจำฐานปฏิบัติการณ์ชุดคุ้มครองตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส หลังใช้อาวุธปืนประจำกาย AK 102 ยิง อาสาสมัครเจ๊ะมูฮัมหมัดฟีกรัน เจ๊ะโซ๊ะ ซึ่งเป็นเพื่อนเสียชีวิตคาฐาน เหตุเกิดในช่วงเวลา 15.15 น.ของวันที่ 5 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา
โดยหลังเกิดเหตุ นาย อาสลาน อูเซ็ง ได้วิ่งหลบหนีออกจากฐานพร้อมอาวุธปืนประจำกาย เข้าไปในป่าสวนยางพาราข้างฐานชุดคุ้มครองตำบล เพื่อตามหาตัว นาย อาสลาน พันเอกเอกพล เลขนอก ผู้บังคับชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ได้แยกกำลังออกเป็น 3 ชุด ออกทำการค้นหาระยะห่างกันชุดละ 100 เมตร
ชุดแรกให้นายพีพลี สี่สตังค์ ซึ่งเป็นพี่เขยของ อาสาสมัครอาสลาน ใช้โทรโข่งเดินพูดเป็นภาษายาวีให้ออกมามอบตัว
ชุดที่สอง ให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานกองร้อยทหารพรานที่ 4814 ร่วมกับเจ้าหน้าที่สมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนประจำฐาน
ชุดที่สาม ให้ชุดสุนัขสงครามจากหน่วยเฉพาะกิจอโณทัย ออกแกะรอยกลิ่นจากเสื้อผ้าของ นายอาสลาน
นอกจากนี้ ก็ยังใช้โดรนอัดเสียงญาติ บินเปิดให้นายอาสลานได้ยิน และออกมามอบตัวด้วย
หลังจากใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ได้พบบ้านร้างไม้ยกพื้นสูงกลางป่าสวนปาล์ม ที่มีลักษณะคนอาศัยอยู่ในคืนที่ผ่านมา ที่มีฝนตกอย่างหนัก แต่หลังจากค้นหา ก็ยังไม่พบตัวนายอาสลาน
ต่อมา ปลัดอำเภอสุไหงปาดี พร้อมญาติ ได้พบศพ นายอาสลาน ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว สวมกางเกงขาสั้น นั่งเสียชีวิตในลักษณะนั่งขัดสมาธิ พิงกับต้นขนุน ที่ขาทั้ง 2 ข้าง หนีบท้ายปืน AK102 นิ้วหัวแม่มือข้างขวาอยู่ที่ไกปืน ส่วนลำกล้องจ่ออยู่ที่บริเวณปลายคาง โดยมีรูกระสุนปืนจากปลายคางทะลุศีรษะ 1 นัด เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 24 ชั่วโมง
เจ้าหน้าที่จึงได้นำส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดี เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา
ด้าน นายเศวต เพชรนุ้ย นายอำเภอสุไหงปาดี บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นทราบว่า มาจากความไม่พอใจกันเป็นการส่วนตัว ที่ อาสาสมัครอาสลาน ได้เก็บสะสมหลังถูก อาสาสมัครเจ๊ะมูฮัมหมัดฟีกรัน นำเรื่องต่างๆไปว่ากล่าว ลับหลัง จนเกิดความเสียหายมาหลายครั้ง จนเกิดบันดาลโทสะ และลงมือก่อเหตุโดยที่ไม่มีใครคาดคิด