ข้อมูลจาก กลุ่มบริษัทเครือ MTS GOLD แม่ทองสุก พบว่า สัดส่วนการซื้อขายทองในช่วงที่ผ่านมานั้น การซื้อขายหน้าร้านจะอยู่ที่ 80% ส่วนการซื้อขายทองออนไลน์อยู่ที่ 20%
เค้นโจรชิงทองห้างวังหิน พบเคยร่วมแก๊ง ส.อ.ปล้นทอง 400 บาท เผยอุบายแสบหลอกตำรวจ!
ขณะที่ตัวเลขการซื้อขายทองออนไลน์โตขึ้น 200% ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 จุดนี้เองสะท้อนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
กลุ่มบริษัทเครือ MTS GOLD แม่ทองสุก มองว่า การลงทุนแบบออนไลน์จะเป็นกลยุทธ์ที่จะสร้างนิสัยการออมทอง ซึ่งเรียกว่ากลยุทธ์ “การลงทุนไร้พรมแดน” โดยเฉพาะในยุค Digital Transformation มีช่องทางและโอกาสการลงทุนมีความหลากหลายทั้งในและต่างประเทศ จากการใช้เทคโนโลยีทำให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว “การลงทุนไร้พรมแดน” ของทองคำในยุค Digital Transformation คืออะไร นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานบริหารกลุ่มบริษัทในเครือ MTS Gold แม่ทองสุก บอกว่า มีด้วยกันอยู่ 3 กลยุทธ์ คือ
กลยุทธ์ที่ 1 ใช้ระบบบล็อกเชน (Blockchain) เริ่มออมทองขั้นต่ำเพียง 150 บาท
MTS Gold แม่ทองสุก ใช้ MTS Gold Blockchain (MGB) เป็นการออมทองคำออนไลน์ด้วยระบบบล็อกเชน ที่สามารถเริ่ม “ออมทอง” ได้ โดยใช้งบขั้นต่ำเพียง 150 บาท เป็นทางเลือกสำหรับผู้เริ่มต้น รวมถึงการเพิ่มทางเลือกให้สามารถรองรับการจัดส่งได้ทั่วประเทศทำให้ปัจจุบันมีบัญชีออมทองทั้งสิ้น 10,000 บัญชี และ มียอดการซื้อขายมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท
สมมติออมทีละ 150 บาท ได้ 0.1 กรัม ไปเรื่อย ๆ จนครบราคาทอง 1 บาท ก็สามารถแลกเป็นทองจริงได้
ซึ่งกลยุทธ์นี้จะรองรับความต้องการลงทุนที่หลากหลาย ครบวงจร เพิ่มศักยภาพด้านความปลอดภัยสูงสุดให้กับลูกค้า ตลอดจนการนำ AI และ Big Data เข้ามาวิเคราะห์ ประมวลผลสัญญาการซื้อขายสินค้าในตลาดอนุพันธ์ต่างๆ ทำให้ได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นช่องทางการเพิ่มโอกาสการลงทุนที่ตอบโจทย์นักลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“พอเกิดล็อกดาวน์ระบบนี้ก็ได้รับความนิยมมาก เพราะสามารถลงทุนซื้อขายได้โดยไม่ต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง อยู่จังหวัดไหนก็แล้วแต่ ขอแค่มีอินเทอร์เน็ต ก็สามารถออมทองได้ และเรายังเชื่อมต่อกับระบบขนส่ง พอออมเสร็จ เราสามารถส่งทองให้ได้ทั่วประเทศ เข้ามาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมด้วย” นายณัฐพงศ์กล่าว
ขณะเดียวกัน MTS Blockchain ยังเป็นระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งมีลักษณะเป็นโครงข่ายรักษาความปลอดภัยด้านธุรกรรมทางการเงิน และสินทรัพย์ชนิดอื่น ๆ โดยระบบบล็อกเชนเป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูง น่าเชื่อถือ อันจะเห็นได้จากสถาบันการเงินหลายแห่งมีการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้งานจริง ทั้งในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย และการเก็บข้อมูล
เพิ่มช่องทางขายทองคำบนแพลตฟร์อม อี คอมเมิร์ซ
ด้วยการนำทองคำแท่ง, ทองรูปพรรณ และ สินค้าทองประเภทต่างๆ ขายผ่านทาง SHOPEE, LAZADA , JD CENTRAL โดยจับมือกับบริษัทขนส่งรายใหญ่ จึงมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัย และคาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2564
“จะเห็นได้ว่าในปีนี้เรามีการพัฒนาระบบออนไลน์ให้ครอบคลุม และ ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในหลายส่วนให้มีความครบวงจรยิ่งขึ้น ซึ่งในอนาคตเราคาดหวังว่าจะมีการเพิ่มช่องทางออนไลน์หลากหลายมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทั่วถึง” นายณัฐพงศ์กล่าวเพิ่มเติม
กลยุทธ์ที่ 2 การเชื่อมต่อตลาดทองคำไทยและตลาดการลงทุนในต่างประเทศ ด้วยการหาพันธมิตรตลาดต่างประเทศ ที่จะสามารถขยายการลงทุนด้วยผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ มีตลาดรองรับที่น่าเชื่อถือ และเป็นสากล เพื่อยกระดับนักลงทุนไทยให้มีโอกาสการลงทุนสินค้าในตลาดสากลทั่วโลก
สุดท้าย กลยุทธ์ที่ 3 เตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลง ให้สอดรับกับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งจะเปิดเสรีด้านการลงทุนในทองคำผ่านระบบออนไลน์ด้วยสกุลเงินอื่นๆ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ หรือ เงินหยวน ผ่านบัญชี FCD MTS Gold แม่ทองสุก จึงเตรียมความพร้อม และ สามารถดำเนินการได้ทันที หากนโยบายชัดเจนเรียบร้อยแล้ว
เพราะทองเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่คนไทยมักสำรองเก็บไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน ซึ่งสังเกตได้ชัดจากช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมามีการนำทองมาขายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งการออมทองยังไม่มีปัญหาเรื่องผลกระทบจากเงินเฟ้อและการอ่อนแข็งของค่าเงิน เช่นเดียวกับอสังหาริมทรัพย์ แต่ซื้อง่ายขายคล่องกว่า เหมาะสำหรับการออมทั้งเพื่อเก็งกำไรและเพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต และยิ่งมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การลงทุนสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย มากขึ้น ยิ่งทำให้การลงทุนทองคำน่าสนใจมากยิ่งขึ้น