หลังจากที่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมนัดรวมตัวในหลายจุดทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อ แสดงออกทางการเมือง รวมทั้งมีการขอคืนพื้นที่ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ ทำให้พรรคการเมือง จึงได้ออกมาแสดงจุดยืนทางการเมือง ต่อสถานการณ์ขณะนี้
เริ่มจากพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุถึงสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า พรรคพลังประชารัฐได้ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ซึ่งพรรคมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์บ้านเมืองเช่นเดียวกับประชาชนทุกๆ คน โดยเฉพาะกรณีที่มีผลกระทบต่อสถาบันฯ จึงขอแถลงจุดยืนของพรรคพลังประชารัฐ ดังนี้
1.พรรคพลังประชารัฐยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.พรรคพลังประชารัฐมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
3.พรรคพลังประชารัฐ สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญโดยกระบวนการทางรัฐสภา และเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่กระทบหมวด 1 และหมวด 2 อันเป็นลักษณะสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย ซึ่งทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าจะธำรงรักษาการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ส่วนทางด้านพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคประชาธิปัตย์ ได้เรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยหลังการประชุม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์บ้านเมืองเช่นเดียวกับประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งพรรคมีจุดยืนว่า
กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศนัดรวมตัวกันหลายจุดเกือบทั่วประเทศ
1.พรรคยึดมั่นต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นอุดมการณ์ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคมา
2.พรรคเห็นว่าการแก้ปัญหาทางการเมืองในปัจจุบันควรใช้แนวทางสันติไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะโดยฝ่ายใด และ
3.พรรคเห็นว่าทางออกของสถานการณ์ทางการเมืองควรจะมีการใช้รัฐสภาเป็นเวทีหาทางออกให้กับประเทศภายใต้การรับฟังและการแสวงหาความร่วมมือร่วมใจ และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ โดยรัฐบาลควรเป็นเจ้าภาพในการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อให้รัฐสภาเป็นเวทีหาทางออกของปัญหาให้กับประเทศได้อย่างชัดเจน และควรใช้เวทีรัฐสภาเร่งรัดให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยควรเร่งดำเนินการเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการทันทีที่สามารถทำได้และไม่ควรมีเงื่อนไขใดๆ ที่จะนำไปสู่การทำให้สังคมเกิดความเข้าใจว่ามีการยื้อเวลา
เช่นเดียวกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศจุดยืนของพรรคต่อสถานการณ์การเมืองที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ว่า
พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่วันแรกของการก่อตั้ง และจะยึดมั่นอุดมการณ์นี้ไม่มีเปลี่ยนแปลง สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนจำนวนมากพอสมควร แม้ว่าจะผ่านการทำประชามติของประชาชนมาแล้ว แต่เมื่อนำมาใช้แล้วพบว่าก่อให้เกิดปัญหาก็ต้องแก้ไข ซึ่งพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับกันใหม่ ยกเว้นหมวดที่ 1 และหมวดที่ 2 เพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
การแก้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นข้อเรียกร้องของประชาชนผู้ชุมนุม จะทำให้การเผชิญหน้ากันลดลง และรัฐสภาจะเป็นเวทีการแก้ปัญหาความขัดแย้งของประชาชนที่ดีที่สุด
ห้าม! เสนอข้อมูล - ภาพ บิดเบือน "กอร.ฉ." กางประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เตือนผู้ชุมนุม สื่อ
ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล ด้าน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา
กล่าวถึงจุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนา ต่อสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ว่า อุดมการณ์ของพรรคชาติไทยพัฒนาสืบทอดมาตั้งแต่สมัยนายบรรหาร คือยึดมั่นในชาติ ศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์ สมัยนายบรรหารยังอยู่ ไม่ว่าท่านจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใด และโดยเฉพาะเมื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านจะทำงานสนองเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อย่างสุดตัวในทุกเรื่อง
แนวทางนี้พวกเราชาวพรรคชาติไทยพัฒนารับสืบทอดมาอย่างมั่นคง เพราะพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์รักและอยากเห็นความผาสุกอยู่ดีกินดีของประชาชนชาวไทย นี่คือจุดยืนของพรรคต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
สำหรับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น พรรคชาติไทยพัฒนา สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในรูปแบบของการจัดตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเป็นสิ่งที่พรรคเคยทำจนสำเร็จลุล่วงเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2540 มาแล้ว แต่ทั้งนี้จะต้องไม่กระทบหมวดหนึ่งและหมวดสอ ในฐานะเป็นพรรคการเมือง เราไม่นิยมเล่นการเมือง แต่พรรคมุ่งมั่นทำงานแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมจับต้องผลลัพธ์ได้ อย่างที่เคยทำเสมอมารวมทั้งการดูแลรักษาทรัพยากรของแผ่นดินให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน และสิ่งที่สำคัญในขณะนี้คือการแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีปัญหาน้ำท่วมซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องระดมสรรพกำลังเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน สิ่งที่เราอยากเห็นคือความสมัครสมานสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งจะช่วยนำพาประเทศผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยกัน
ในส่วนของพรรคฝ่ายค้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้แสดงจุดยืนในการขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญโดยระบุว่า สมควรที่จะใช้เวทีของรัฐสภาเพื่อหาทางออกของปัญหาแม้ท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคจะไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของพรรคร่วมฝ่ายค้านดังกล่าว แต่อย่างไรก็ดี พรรคเพื่อไทยได้รับการติดต่อจากนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา นัดให้แกนนำของพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล และสมาชิกวุฒิสภาพูดคุยหารือกันเพื่อพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ ณ อาคารรัฐสภา ในวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2563 นั้น พรรคเพื่อไทยจะส่งตัวแทนเข้าหารือด้วย
เพิ่มกำลังอารักขาหน้า ตชด.ภาค 1 หลังคุมแกนนำไว้จำนวนมาก