เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ ชายขี่รถจักรยานยนต์ ปาดหน้าขวางรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ก่อนลงจากรถชักปืนข่มขู่คนขับ จนเกิดมีปากเสียงกัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้น หน้าอาคารเทศบาลนครปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
โดยผู้สื่อข่าวสอบถามคนขับรถฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งเป็นวิศวกรบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เล่าว่า คืนเกิดเหตุได้ขับรถไปทำธุระบริเวณถนนเลี่ยงเมืองสามัคคี-ปากเกร็ด หลังทำธุระเสร็จก็ขับรถกลับบ้านโดยใช้เส้นทางถนนติวานนท์ มุ่งหน้าห้าแยกปากเกร็ด เมื่อมาถึงบริเวณปากทางเข้า โรงพยาบาลชลประทาน ก็พบรถบิ๊กไบก์คู่กรณีขับอยู่ในช่องจราจรกลาง ระหว่างนั้น คนขับฟอร์จูนเนอร์เบรกรถกระทันหัน ทำให้เกิดเสียงดังขึ้น ทางรถบิ๊กไบก์คู่กรณี ไม่พอใจหันมามอง แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างขับต่อไป
จนกระทั่งมาถึงห้าแยกปากเกร็ด คนขับรถฟอร์จูนเนอร์เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าท่าน้ำปากเกร็ด เมื่อรถวิ่งมาถึงหน้าอาคารเทศบาลนครปากเกร็ด รถบิ๊กไบก์คู่กรณีขับแซงปาดหน้ากระชั้นชิด จนเบรกรถไม่ทันพุ่งชนท้ายรถบิ๊กไบก์ จากนั้นคู่กรณีลงจากรถพร้อมชักปืนออกมาหา แล้วจ่อศีรษะพร้อมกับพูดต่อว่า ระหว่างนั้นก็มีรถยนต์อีกคันขับมาจอด แล้วคนขับลงมาทุบหน้ารถและชกใบหน้าหลายครั้ง
ทั้งนี้หลังจากเกิดเหตุได้แจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด ให้ติดตามตัวชายที่ก่อเหตุทั้ง 2 คนมาดำเนินคดี ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากความไม่พอใจที่เบรกรถกระทันหัน เพราะส่วนตัวไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใคร
ขณะที่ นายธงชัย ณรงค์ศักดิ์ คนขี่รถบิ๊กไบก์คู่กรณี ออกมาชี้แจงซึ่งให้ข้อมูลขัดแย้งกับคนขับรถฟอร์จูนเนอร์ โดยนายธงชัย ยืนยันว่ารถฟอร์จูนเนอร์ขับด้วยความเร็วพุ่งชนท้ายรถบิ๊กไบก์ จึงลงไปถามว่าขับรถแบบนี้ได้ไง แต่คนขับอยู่ในอาการเมา แทนที่จะขอโทษตนกลับต่อว่า พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ใช้ปืนจี้ศีรษะของคู่กรณี แต่ยอมรับว่ายิงปืนขึ้นฟ้าจริง เพราะมีชายอีกคนหนึ่งอ้างตัวเป็นตำรวจ ใช้ปืนจ่อศีรษะเพื่อนก่อน
“คลิปที่เห็นมันสั้นมาก มันโดนตัดไปเยอะ เขาเอาคลิปมาเปิดและช่วงที่ควักปืนหายไปไหน ทุกคนในสังคมมองว่าตนผิดมีข่าวออกมาพาดหัวว่าตนเอาปืนไปจี้หัววิศวกรคนนี้ ทั้ง ๆ ที่ตนไมได้จี้ ตนยิงปืนขึ้นฟ้าจริง ๆ ตนยอมรับแต่ตนมีเหตุผล ผู้ชายที่ขับจยย.มาจอดตนก็ไม่รู้ว่ารู้กันหรือป่าว เพราะทำไมจู่ ๆ ควักปืนมาจ่อหัวเพื่อนผม ทำไมต้องทำแบบนั้นและอ้างตัวเป็นตำรวจอีก ตนอยากได้ความเป็นธรรม อยากให้ทุกคนเข้าใจสิ่งที่ตนทำ และทางรถฟอร์จูนเนอร์เมา มีการชกต่อยกันจริง คนเราถ้าขับปาดหน้ากันถ้าไม่เมาต้องขอโทษกันแล้ว ตนกับคู่กรณีก็ไม่รู้จักกัน ทำงานคนละสายอาชีพอยู่แล้ว ทุกคนมองตนและประนามตนจากข่าวที่ออกไปว่าตนเอาปืนไปจี้แบบนั้น ตนเสียหาย” นายธงชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ นายธงชัย จะเข้าพบตำรวจเพื่อให้ข้อมูลที่ สภ.ปากเกร็ด เพื่อให้ปากคำและแสดงความบริสุทธิ์ใจอีกครั้ง