จากกรณี ป้าตบเด็กนักเรียนหญิงวัย 15 ปี เหตุเพราะไม่พอใจที่ไม่ยืนตรงเคารพเพลงชาติไทยในเวลา 18.00 น.เหตุเกิดที่สถานีรถไฟอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเย็นวานนี้ (27 ตุลาคม) ต่อมาผู้ปกครองของเด็กหญิงเข้าแจ้งความเอาผิด และชี้แจงสาเหตุที่นักเรียนหญิงไม่ยืนเคารพธงชาติเพราะมีอาการเจ็บป่วยจากการเป็นรอบเดือน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรียุธยา ระบุว่า การไม่เคารพธงชาติ ไม่เป็นความผิด แต่การทำร้ายร่างกายบุคคลอื่นนั้น เป็นความผิด ดำเนินคดีหญฺิงรุ่นใหญ่ที่ทำร้ายเด็กหญิง และไม่อยากให้เรื่องนี้ถูกโยงไปเรื่องการเมือง
อย่างไรก็ตาม พบว่า ประเทศไทย เคยมีกฎหมาย กำหนดเรื่องการเคารพธงชาติไว้อย่างชัดเจน ในปี 2485 ซึ่งเป็นกฎหมายลูกที่ออกตาม พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)วัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช 2485 นั้นคือ พระราชกฤษฎีกา กำหนดวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช 2485
พระราชกฤษฎีกา กำหนดวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช 2485
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2480และวันที่ 16 ธันวาคม พุทธศักราช 2484) อาทิตย์ทิพอาภา ปรีดี พนมยงค์ ตราไว้ ณ วันที่ 28 กันยายน พุทธศักราช 2485 เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่เห็นสมควรกำหนดวัฒนธรรมแห่งชาติขึ้นไว้เพื่อให้ประชาชนปฏิบัติตาม
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในพระปรมาภิไธย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช 2485 จึงให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้ให้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช 2485”
มาตรา 2(1) ให้ใช้พระราชกฤษฎีกานี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 บุคคลทุกคนจักต้องรักษาจรรยามารยาทอันดีงามในที่สาธารณะ หรือที่ปรากฏแก่สาธารณชน โดย
(1)ไม่ก่อให้เกิดเสียงอื้อฉาวโดยใช่เหตุ หรือใช้วาจาเสียดสีหรือลามกหยาบคาย หรือแสดงกิริยาวาจาเป็นเชิงเสียดสีเย้ยหยันผู้ที่ปฏิบัติตนในทางเชิดชูหรือส่งเสริมวัฒนธรรมของชาติ
(2)ไม่ใช้กำลังเบียดเสียดยื้อแย่งในที่ชุมนุมชน เช่น ในการโดยสารยานพาหนะ การเข้าซื้อบัตรผ่านประตูหรือเข้าประตูสถานที่สำหรับมหรสพ เป็นต้น
(3)ไม่ก่อความรำคาญด้วยการห้อมล้อมหรือกีดขวางผู้อื่นโดยไม่มีเหตุสมควร
(4) ไม่ก่อให้เกิดความปฏิกูล หรือขีดเขียนในที่อันไม่ควรทำ
(5) ไม่อาบน้ำตามถนนหลวงอันเป็นที่ชุมนุมชน
(6) ไม่นั่ง นอน หรือยืนบนราวสะพาน
(7) ไม่นั่ง หรือนอนบนทางเท้า
มาตรา 4 ในการปฏิบัติต่อบ้านเรือน บุคคลทุกคนจักต้องรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยเท่าที่ปรากฏแก่สาธารณชน โดย
(1) ไม่ตากผ้าหรือสิ่งอื่นให้รุงรังอย่างอุจาด
(2) ไม่ขีดเขียนหรือปิดข้อความหรือภาพอันอุจาด
(3) ไม่ปล่อยให้สิ่งของมีลักษณะรุงรัง
(4) ไม่ทำส้วมและที่สำหรับทิ้งมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลอันมีลักษณะอุจาด
มาตรา 5 บุคคลทุกคนจักต้องรักษาเกียรติของประเทศชาติ
ภายในเขตเทศบาลเฉพาะในที่สาธารณะสถานหรือที่ปรากฏแก่สาธารณชน และนอกเขตเทศบาลเฉพาะที่ที่ข้าหลวงประจำจังหวัดโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนดไว้ ห้ามมิให้แต่งกายโดยประการที่จะทำให้เกียรติของประเทศชาติเสื่อมเสียไป เช่น นุ่งผ้าหยักรั้ง นุ่งแต่กางเกงใน นุ่งกางเกงชนิดสำหรับใส่นอน นุ่งผ้าขาวม้าหรือไม่สวมเสื้อ หรือสตรีสวมแต่เสื้อชั้นใน หรือมีแต่ผ้าคาดอก เป็นต้น
แต่การแต่งกายตามความนิยมอันสุภาพ ณ สถานที่ตากอากาศ สถานที่อาบน้ำหรือเพื่อเล่นกีฬา หรือตามความจำเป็นในการประกอบการงานนั้น ให้แต่งได้ตามควรแก่เวลาและสถานที่
มาตรา 6 บุคคลทุกคนจักต้องเคารพตามระเบียบเครื่องแบบหรือตามประเพณี คือ
(1) เคารพธงชาติเวลา 08.00 นาฬิกา ทุกวันพร้อมกัน
(2) เคารพธงชาติ ธงไชยเฉลิมพล ธงเรือรบ ธงประจำกองยุวชนทหาร หรือธงประจำกองลูกเสือ เมื่อชักขึ้นหรือลงประจำสถานที่ราชการ เมื่อเชิญมาตามทางราชการ หรืออยู่กับที่ประจำแถวหรือหน่วยทหาร ยุวชนทหาร หรือลูกเสือ
(3) เคารพเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงเคารพอื่นๆ ซึ่งบรรเลงในงานตามทางราชการ ในงานสังคม หรือในโรงมหรสพ
มาตรา 7 ในที่สาธารณะสถานหรือที่ปรากฏแก่สาธารณชน คนไทยจักต้องไม่ขอสิ่งใดๆ จากคนต่างด้าวอันจะส่อให้เขาดูหมิ่น
มาตรา 8 คนไทยจักต้องมีสมรรถภาพและมารยาทเกี่ยวกับวิธีดำเนินงานอาชีพโดยขมักเขม่นและเอาใจใส่ แสดงกิริยาวาจาอันสุภาพในการติดต่อกับลูกค้า ผู้ว่าจ้างและผู้โดยสารยวดยานพาหนะ
มาตรา 9 คนไทยจักต้องส่งเสริมความเจริญก้าวหน้าในทางวรรณกรรมและศิลปกรรม โดยไม่กระทำการใดๆ อันจะทำให้เกียรติของประเทศชาติหรือพระพุทธศาสนาเสื่อมเสียไป
ในส่วนที่เกี่ยวกับการมหรสพ ให้รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้มีอำนาจระบุชนิดของมหรสพ เครื่องดนตรีที่ใช้ เครื่องอุปกรณ์การเล่น วิธีเล่น ลักษณะหรือเค้าเรื่องที่เล่น อันเป็นสิ่งต้องห้าม ที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนหรือที่อนุญาตเป็นการประจำหรือเป็นครั้งคราว
มาตรา 10 คนไทยจักต้องนิยมไทย โดยไม่เหยียดหยามชาติไทยหรือคนไทยในประการที่จะส่อให้เสื่อมเสียเกียรติของชาติ
มาตรา 11 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
คลิกอ่านพระราชกฤษฎีกาฯฉบับเต็ม
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่หลักเกณฑ์- ข้อห้าม ติด ประดับ เพนท์ "ธงชาติ" ตามร่างกาย เสื้อผ้า รถ สิ่งของ
กฎหมายระบุว่า ใน มาตรา 15 พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2485 ว่า ผู้ใดฝ่าฝืนพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามความในมาตรา 6 มีความผิด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งปรับทั้งจำ
คลิกอ่านพ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2485
อย่างไรก็ตาม ในปี 2553 ในสมัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ออกพ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2553 โดยใจความให้ยกเลิกพ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2485 นั่นทำให้ พ.ร.ฎ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2485 ที่ว่าด้วยการต้องเคารพธงชาติ ยกเลิกไปด้วย
คลิกอ่านพ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ.2553
ตร.เผย เหตุนร.หญิงไม่ยืนเคารพเพลงชาติเพราะปวดประจำเดือน ไม่เกี่ยวการเมือง