27 พ.ย. 63 สมาคมค้าทองคำ รายงาน "ราคาทองไทย" ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.31 น. เปิดตลาด ลดลง 50 บาท โดยราคาทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 25,900 บาท ขายออกบาทละ 26,000 บาท ราคาทองคำรูปพรรณ ฐานภาษีบาทละ 25,438.48 บาท ขายออกบาทละ 26,500 บาท
นายดนุ ชาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีแคป จำกัด วิเคราะห์ภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำวันนี้ ยังขยับในกรอบแคบ หลังจากช่วงต้นสัปดาห์ ราคาได้ทิ้งดิ่งจากระดับ 1,870 ดอลลาร์ หลุดแนวรับสำคัญที่ 1,850 ดอลลาร์ ลงมาทดสอบแนวรับ 1,800 ดอลลาร์ ก่อนที่วันนี้ราคาจะดีดตัวขึ้นมาเคลื่อนไหวในกรอบ 1,805 -1,818 ดอลลาร์
“แม้ว่าขณะนี้ราคาสามารถยืนเหนือ 1,800 ดอลลาร์ได้ แต่แนวโน้มระยะสั้นยังมองว่ายังโอกาสที่ราคาจะย่อตัวลงไปแตะกรอบ 1,780-1,790 ดอลลาร์ และหากมีปัจจัยลบที่รุนแรงเข้ามาก็อาจจะดึงลงไปถึง 1,750 ดอลลาร์ได้ แต่ภาวนาว่าอย่าให้ลงไปถึงจุดนั้น เพราะอาจจะทำให้เทรนด์ของราคาทองคำเปลี่ยนไป ในทางกลับกันหากราคาสามารถกลับมายืนแนว 1,850 ดอลลาร์ได้จะถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ทั้งนี้ในระยะสั้นคาดว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,790-1,850 ดอลลาร์”
ส่วนกรอบในระยะกลางซึ่งอาจจะกินเวลาไปจนถึงสิ้นปี มองว่าแนวต้านจะขยับไปอยู่ที่ 1,920 ดอลลาร์ และคงไม่พุ่งไปแตะ 2,000 ดอลลาร์ตามที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ยกเว้นจะมีเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมายเข้ามา เพราะเมื่อมองภาพรวมปัจจัยหลักๆ ที่ส่งผลต่อราคาทองคำ จะเหลือเพียงการพิจารณาของ FDA แต่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำมากนัก เพราะตลาดคาดการณ์ไว้แล้วว่า FDA น่าจะอนุมัติให้ผลิตวัคซีนป้องกัน COVID-19 ได้ เพราะผลการทดลองได้คืบหน้าไปเกือบจะ 100 %
ขณะที่ความเคลื่อนไหวทางการเมืองของสหรัฐ ก็ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง และดูเหมือน “โดนัล ทรัมป์” เริ่มจะยอมรับผลการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากนี้คงจะต้องไปรอดูนโยบายของ “โจ ไบเดน” หลังรับตำแหน่งประธานาธิบดีในต้นปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ตามมา โดยเฉพาะการแต่งตั้ง “เจเน็ต เยเลน” มานั่ง รมว.คลัง จะทำให้การทำงานในเรื่องนี้สะดวกมากขึ้น
กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีแคป จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนในระยะยาวยังเชื่อว่าทองคำยังขยายตัวได้อีกมาก เพราะแม้ว่าวัคซีนป้องกัน COVID-19 จะผ่านการอนุมัติให้ผลิตออกมาใช้งานได้ แต่ก็ยังไม่มีความมั่นใจว่าจะใช้ได้ผลเต็มที่เพียงไร เพราะการทดลองทำเพียงในกลุ่มตัวอย่าง ที่สำคัญกว่าจะผลิตวัคซีนออกมาให้ได้ใช้กันอย่างแพร่หลายจะต้องใช้เวลาอีกนาน ทำให้การควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ยังไม่จบง่ายๆ ซึ่งจะส่งผลผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ที่อาจจะต้องใช้เวลาอีกนาน