วันนี้ทางจังหวัดนครราชสีมา โดยนายจักรกฤษณ์ ศรีสุวรรณ นิติกรสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ได้รับมอบหมาย ให้เข้าแจ้งความเอาผิดผู้จัดงานคอนเสิร์ต บิ๊กเม้าท์เท่น ที่สภ.ปากช่อง 3 ข้อหาตามพ.ร.บ.โรคติดต่อ และ ฐานขัดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งผู้จัดงานฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.นครราชสีมา ที่มีมติให้ยุติการจัดงาน ตั้งแต่ 14.00น. ของวันที่ อาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม จากนั้นทางผู้จัดงาน ยื่นขออุทธรณ์คำสั่ง
แต่คณะกรรมการ ยืนยันมติเดิม ซึ่งทางผู้จัดงานบิ๊กเม้าท์เท่น ขอความเห็นใจให้ทบทวนมติเป็นครั้งที่ 2 แต่สุดท้ายคณะกรรมการ ลงมติว่าต้องยุติการจัดงานตามเดิม โดยการลงมติทั้งหมดเสร็จสิ้นตั้งแต่ประมาณ 18.00น. แต่ผู้จัดงานกลับยุติคอนเสิร์ตในเวลา 22.00น. ซึ่งก็ล่วงเลยมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ศบค.ชี้ บิ๊กเมาท์เท่นเสี่ยง ผู้ร่วมงานสวมหน้ากากฯ ไม่ถึง 50 %ซึ่งวันนี้ในแถลงข่าวรายงานสถานการณ์ประจำวัน นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 (ศบค.) ก็ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า จากการประเมินพบว่าความเสี่ยงจากงานคอนเสิร์ตอาจมีเพิ่มขึ้น เพราะคนจำนวนมากมาอยู่รวมกัน อีกทั้งผู้ร่วมงานสวมหน้ากากอนามัยไม่ถึง 50% ส่วนใหญ่ถอดหน้ากากออกเมื่อผ่านประตูเข้างาน และถึงแม้จะเป็นการจัดงานกลางแจ้งที่มีอากาศถ่ายเท แต่การที่คนจำนวนมากมาอยู่รวมกันก็เหมือนเพิ่มความเสี่ยง โดยเฉพาะความแออัดหน้าเวที หากไม่สวมหน้ากากอนามัยและมีการร้องเพลง หากมีคนติดโควิด-19 เข้าไปในงานโอกาสแพร่เชื้อจะมีเพิ่มมากขึ้น
นายแพทย์ทวีศิลป์เปิดเผยด้วยว่าการจัดคอนเสิร์ตบิ๊กเม้าท์เท่น ผู้จัดงานได้เสนอแผนมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 กับคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาแล้ว เมื่อถึงวันจัดงานก็สามารถปฏิบัติตามแผนได้ค่อนข้างดี แต่การบริหารความเสี่ยงหน้างานยังทำได้ไม่ดี ขณะเดียวกันในงานมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อมีเครื่องดื่มเข้ามาเกี่ยวข้องการปฏิบัติตามมาตรการก็ทำได้ยากและควบคุมได้ยาก ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไป
นอกจากนี้จากการสังเกตุการณ์ของผู้สื่อข่าวในพื้นที่ก็พบว่า หลังจากงานยุติแล้ว คนที่อยู่ในงาน ที่ยังติดลมไม่ยอมกลับ ก็มีการรวมกลุ่มร้องเล่นเต้นรำกันเอง ด้วย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก