หลายฝ่ายชี้เรือเถื่อน-สัตว์น้ำถูกทำลาย ต้นตอวิกฤตประมงไทย (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

การออกมาตรการควบคุมประมงผิดกฎหมายอย่างจริงจังส่งผลทำให้เรือประมงพาณิชย์ทั่วประเทศหยุดเดินเรือในขณะนี้ โดยหลายฝ่ายจี้ให้รัฐบาลดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อปลดล็อคใบเหลืองจากอียู ยอกจากนี้ส่วนใหญ่มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นวิกฤตประมงไทย แต่การที่เรือเถื่อนทำประมงอย่างผิดกฎหมายจนสัตว์น้ำถูกทำลายทำให้ไทยต้องผันตัวมาเป็นผู้นำเข้าอาหารทะเลแทนการส่งออกคือ "วิกฤต" อย่างแท้จริง

เรือประมงทั่วประเทศหยุดวิ่ง

วันนี้ (1 ก.ค. 58) เริ่มมาตรการเอาผิดกับเรือประมงผิดกฎหมายของรัฐบาล ส่งผลให้เรือประมงทั่วประเทศจอดเทียบท่าเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่อ้างว่าเรือประมงมีปัญหาอาชญาบัตรไม่ตรงกับเครื่องมือประมง

เริ่มกันที่ จ.สงขลา เรือประมงขนาดเล็กและขนาดใหญ่จอดลอยลำจนล้นท่าเทียบเรือประมงใหม่ ขณะที่บางส่วนทยอยกลับเข้าฝั่งและขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำก่อนหยุดออกเรือเช่นเดียวกัน โดยสมาคมประมง จ.สงขลา รวมถึงผู้ประกอบการแพปลาจะนัดหยุดกิจการพร้อมกันในวันที่ 4 ก.ค.นี้ เนื่องจากร้อยละ 90 ของเรือประมงในสงขลาเป็นเรือที่มีอาชญาบัตรไม่ตรงกับเครื่องมือประมง จึงต้องหยุดออกเรือเพราะเกรงจะถูกจับกุม

เช่นเดียวกับที่ จ.นครศรีธรรมราช เรือประมงขนาดใหญ่ใน 6 อำเภอ ทยอยเข้าจอดเทียบท่าเพื่อรับมือมาตรการเข้มงวดของกฎหมายประมง ทำให้บรรยากาศของเรือประมงเงียบเหงาไม่มีเรือหาปลาในทะเลทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ขณะที่ผู้ประกอบการแพปลาได้เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาแบบมืออาชีพ โดยเฉพาะการออกอาชญาบัตรให้ตรงประเภทเครื่องมือทำประมงและให้ควบคุมการใช้อุปกรณ์ประมงแทนเพื่อควบคุมเครื่องมือทำลายล้าง

ส่วนที่ จ.สตูล เรือประมงพาณิชย์หลายลำนำเรือมาจอดเทียบท่าที่แพปลา ต.มะลัง โดยส่วนใหญ่เกรงว่าหากนำเรือออกอาจถูกจับดำเนินคดี ขณะที่แผงขายอาหารทะเลได้รับผลกระทบเช่นกันหลังไม่มีอาหารทะเลนำมาขายขาดตลาด

ขณะที่ จ.ปัตตานี เรือประมงทยอยกลับเข้าฝั่งจอดเทียบท่าริมแม่น้ำปัตตานีประมาณ 100 ลำ และรวมตัวกันยื่นหนังสือกดดันรัฐบาลให้ผ่อนปรนการบังคับใช้มาตรการ โดยยื่นคำขาดว่าหากยังคงไม่มีคำตอบหรือมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ จะไม่ยอมนำเรือออกแบบไม่มีกำหนด รวมถึงจะนัดรวมตัวใหญ่ในวันที่ 3 ก.ค.นี้

ไปกันที่ทางภาคตะวันออกอย่างที่ จ.ชลบุรี เรือประมงส่วนใหญ่ที่ไม่มีอาชญาบัตรต้องจอดลอยลำเทียบท่าบริเวณสะพานปลาช่องแสมสารและสะพานปลาสัตหีบไม่สามารถออกทำการประมงได้ หลังครบกำหนดผ่อนผันของศูนย์ตรวจเรือประมงเข้า-ออก ขณะที่ชาวประมงเตรียมเคลื่อนไหวหากรัฐบาลยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือจากมาตรการตรวจเข้มของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มอีกหลายล้านบาทต่อลำ

โดยผลจากการหยุดออกเรือประมงทำให้ราคาอาหารทะเลพุ่งสูงขึ้น อย่างเช่นที่ จ.บุรีรัมย์ ที่ส่วนใหญ่ต้องนำอาหารทะเลมาจากทางภาคตะวันออกและทางใต้มาขาย ราคารับซื้ออาหารทะเลได้ปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10 - 20 บาท เช่น ปลาหมึกสดเดิมกิโลกรัมละ 150 บาทปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 160 บาท ปูเดิมกิโลกรัมละ 160 เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 180 บาท หอยลายและหอยแครงเดิมกิโลกรัมละ 60 ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 80 บาท

จากปรากฎการณ์ที่เห็นได้ว่ามีเรือประมงพาณิย์นัดกันหยุดเดินเรือ แพปลาปิด โรงงานปลาป่นปิด โรงน้ำแข็งปิด โดยอ้างว่าไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ทัน

อธิบดีกรมประมงมั่นใจปลดล๊อคใบเหลืองได้แต่ต้องใช้เวลา

ความน่ากังวลของเรื่องนี้คือหากไทยไม่สามารถควบคุมกิจการประมงให้เป็นไปตามมาตรฐาน IUU ได้ตามกรอบเวลาในเดือน ต.ค. ใบเหลืองที่ไทยได้รับในขณะนี้จะกลายเป็นใบแดง หมายถึงการคว่ำบาตรสินค้าประมงจากไทยที่ส่งออกไปยังประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ที่มีการประเมินมูลค่าว่าสูงถึงปีละ 5,000 ล้านยูโร (ราว 170,000 ล้านบาท)

สำหรับที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นและยังไม่ได้รับการแก้ไขจนมาถึงวันนี้ ซึ่งถือเป็นจุดแตกหักระหว่างเรือประมงพาณิชย์กับกรมประมง


สำหรับเครื่องมือควบคุม 4 ประเภทที่ถูกขอให้แก้ไข คือ อวนลาก อวนรุน อวนล้อมปลากะตัก และอวนช้อนยกปลากะตัก ซึ่ง 2 ประเภทแรก อวนลากและอวนรุนถูกพูดถึงมากที่สุด กฎหมายระบุว่าเรือเหล่านี้เพิ่มจำนวนไม่ได้ตั้งแต่ปี 2523 และต้องดำเนินการห่างจากฝั่ง 3 กม. เรือ 2 ประเภทนี้มีลักษณะ ดังนี้

1. เรืออวนลาก ใช้เพื่อการจับสัตว์น้ำจำนวนมาก ใช้อวนขนาดใหญ่ที่มีตาข่ายถี่ มีแผ่นโลหะและยางขนาดใหญ่ ใช้เคลื่อนกวาดหน้าดินใต้ท้องทะเล เวลาใช้อวนลากจับสัตว์น้ำขึ้นมาจะมีลูกปลาหรือปลาเล็กปลาน้อยติดขึ้นมาด้วย ทำให้ลูกปลาไม่มีโอกาสได้เติบโต ทำลายระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม

2. เรืออวนรุน เป็นเครื่องมือประมงที่ติดอยู่กับหัวเรือมีลักษณะคล้ายปากถุง จับสัตว์น้ำโดยการผลักเครื่องยนต์ เคลื่อนที่ในแนวราบอย่างต่อเนื่อง สัตว์น้ำที่อยู่บริเวณด้านหน้าหรือใกล้ปากอวนจะเข้ามาอยู่ในถุงและที่สำคัญคือไม่สามารถทำประมงน้ำลึกเกิน 15 เมตรได้ ถึงแม้กุ้ง เคย และหมึกจะเป็นตัวหลักของอุปกรณ์นี้ แต่เพราะปากอวนเปิดเป็นรูปสามเหลี่ยมและปากถุงสูงทำให้มีสัตว์น้ำชนิดอื่นหลุดเข้ามาได้ง่ายและเป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อการลดจำนวนของสัตว์น้ำ กฎหมายประมง 2490 ระบุชัดเจนว่าอวนรุนเป็นเครื่องมือผิดกฎหมาย


จำนวนเรือประมงพาณิชย์ ที่ใช้เครื่องมือควบคุมทั้งหมด 6901 ชิ้น มีอาชญาบัตรถูกต้อง 3702 ฉบับ อาชญาบัตรระบุเครื่องมือไม่ถูกต้องตามจริง 3199 ฉบับ

หากดูจากพฤติกรรมการทำประมงต้องห้ามของคณะกรรมาธิการยุโรป ทั้งมีเรือประมงไม่จดทะเบียน ไม่มีใบอนุญาตหรืออาชญาบัตร ประกอบกิจการอยู่จำนวนหนึ่ง ไม่มีระบบบันทึกหรือรายงานข้อมูลที่มาของสัตว์นน้ำ รวมถึงระบบติดตามเรือ มีการทำประมงในฤดูต้องห้าม ใช้เครื่องมือประมงที่มีประสิทธิภาพการทำลายทรัพยากรทางทะเลสูง ซึ่งทั้งหมดก็คือโจทย์ใหญ่ที่ไทยต้องแก้ไขและพิสูจน์ให้คณะกรรมาธิการยุโรปเห็นถึงความพยายามควบคุมอย่างถึงที่สุด โดยมีกรอบเวลา 6 เดือน

ด้านนายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง เปิดเผยกับทีมข่าว PPTV HD ว่าไม่สามารถที่จะผ่อนผันให้ได้อีกแล้วเพราะอาจจะส่งผลกับการประเมิณของ IUU และที่ผ่านมาได้ให้โอกาสในการแก้ไขมาตลอด แต่ทางผู้ประกอบการไม่ดำเนินการเอง จึงอยากจะขอให้ใช้ช่วงเวลาที่หยุดออกเรือนี้ไปดำเนินการแก้ไขลักษณะของเรือหรืออุปกรณ์จับปลาและขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อย โดยทางกรมประเองก็จะมีการจัดทีมงานลงพื้นที่ตามจุดต่างๆ เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้จนถึงวันที่ 15 ก.ค. นี้ หลังจากนั้นหากยังแก้ปัญหาได้ไม่ครบจุด ผู้ประกอบการเองก็สามารถเข้าไปดำเนินการด้วยตนเองได้ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดของตน

ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะสามารถปลดล๊อคใบเหลืองจาก IUU ของ EU ได้ถ้าหากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือกันแก้ปัญหา ถึงแม้ว่าอาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ทันเวลาที่กำหนด แต่ถ้าหากว่ามีความคืบหน้าการแก้ปัญหาที่สามารถรายงานกับทาง IUU ได้ ก็อาจจะทำการปลดล๊อคให้เหมือนกับประเทศอื่นๆ

ขณะที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ เปิดเผยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาประชุมร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและกรมการค้าภายใน ประเมินว่าผลกระทบจากการปิดอ่าวของเรือประมงจะส่งผลต่อการค้าขายอาหารทะเลภายในประเทศเท่านั้น ส่วนการส่งออกอาจส่งผลกระทบในอนาคตซึ่งจะรีบหาทางแก้ไข

"วันนี้เรื่องการส่งออกทุกบริษัทยังมีสต๊อกแช่แข็งเพียงพอที่จะส่งออกอยู่ถึงแม้ว่าจะมีการปิดอ่าว แต่ในระยะยาวถ้ายังมีปัญหาต่อไปการส่งออกน่าจะมีการส่งผลกระทบแน่นอน โดยจะต้องให้ผู้ประกอบการอาหารทะเลทั้งหมดมานั่งคุยกันภายในสัปดาห์นี้เพื่อหาแนวทางแก้ไข" รมว.พาณิชย์ กล่าว

นอกจากนี้ PPTV HD ได้สัมภาษณ์นายคุณบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย เกี่ยวกับเรื่องเรือประมงหยุดเดินเรือ ได้ความว่าเครื่องมือที่ทำลายระบบนิเวศทางทะเล คือ อวนลาก อวนรุน เรือปั่นไฟ


โดยประเทศไทยเคยส่งออกอาหารทะเลเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ไม่บริหารภายใต้กลไกที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเพราะอนุญาตให้ใช้เครื่องมือทำประมงที่ต่างประเทศเขาเลิกใช้กันหมดแล้ว คือ อวนลาก อวนรุน เรือปั่นไฟ


ทั้งนี้ เครื่องมือทั้ง 3 ชนิดทำร้ายทะเลไทย โดยอ้างถึงงานวิจัยของกรมประมงที่ระบุว่าปลาที่อวนลากจับมาได้ 70% เป็นปลาเล็ก ลูกปูม้า ลูกปลาหมึก ถูกนำไปเข้าโรงงานปลาป่น ซึ่งทำให้พันธุ์สัตว์น้ำถูกทำลายจากที่เคยเป็นผู้ส่งออก ไทยจึงกลายเป็นผู้นำเข้าอาหารทะเลซึ่งนี่คือ "วิกฤตทะเลไทย"


ไทยทำประมงเกินขนาดมานานจน EU ให้แก้ไข ปี 2523 ไทยเคยมีมติให้เรืออวนลากไม่เพิ่มอีกแล้ว เพราะเชื่อว่าเรือเดิมก็จะพุพังไปแต่ก็ไม่เคารพกฎหมาย มีเรือเถื่อน เรืออวนลากสวมทะเบียน จากปี 2523 ที่ห้ามเพิ่มเรืออวนลากเรามี 4,700 ลำ กระทั้งมาปี 2558 มีเพิ่มถึง 16,000 ลำ ประมงพื้นบ้าน 22 จังหวัดจึงหมดอาชีพ โดยคาดหวังให้รัฐบาลใช้มาตรการที่เข้มข้นจริงจังเพื่อฟื้นฟูทะเล

ส่วนอีกคนที่ให้ความเห็นไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวคือ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เห็นไปในทิศทางเดียวกันกับสมาคมรักษ์ทะเลไทยทั้งการทำประมงเกินขนาด ใช้ใบอาญาบัตรผิดประเภท ต้องเลิกการใช้เรืออวนลากและอวนรุน โดยเสนอว่าถ้าไทยจะเน้นการส่งออกก็ต้องไปพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ