วันนี้ ( 13 ก.ค. 58 ) นายมานัส กิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ระบุว่าสถานการณ์ภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตข้าวเปลือกออกสู่ตลาดลดลง ส่งผลให้ความต้องการข้าวเปลือกในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเร็วๆนี้ ไทยต้องส่งมอบข้าว 1 ล้านตัน ตามคำสั่งซื้อแบบรัฐต่อรัฐกับจีน
อีกปัจจัยที่ทำให้ราคาข้าวเปลือกปรับตัวสูงขึ้น เพราะจีนต้องการข้าวฤดูกาลใหม่ ทำให้ช่วง 20 วัน ราคาข้าวปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าตันละ 1,000 บาท
ล่าสุด ราคาซื้อขายข้าวเปลือกในตลาด (ความชื้น 15%) เฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 8,200-8,700 บาท จากก่อนหน้า อยู่ที่ตันละ 7 พันกว่าบาท
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ราคาผักสดหลายชนิดในเดือน ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นมาสูงสุดในรอบ 4-5 ปี เนื่องจากภัยแล้งทำให้ปริมาณผักเข้าสู่ในระบบน้อยกว่าช่วงก่อน โดยราคาฟักเขียวตอนนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 22-25 บาท/กก. สูงสุดในรอบ 60 เดือน ผักชีคัด 18-20 บาท/ขีด สูงสุดในรอบ 25 เดือน และพริกขี้หนูจินดา 8 บาท/ขีด สูงสุดในรอบ 43 เดือน เป็นต้น ส่วนราคาขายปลีกไข่ไก่ก็ปรับขึ้นฟองละ 10 สตางค์ เป็นผลจากร้อนจัดและการปลดแม่ไก่ไข่ออกจากระบบการเลี้ยง
นอกจากนี้ การผลิตปลาร้าเอง ก็กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลังปลาน้ำจืดที่ต้องใช้เป็นวัตถุดิบขาดแคลนจากปัญหาภัยแล้ง โดยที่จุดรับซื้อปลา ในอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา เพราะจากเดิมปลาเคยเข้ามามากกว่า วันละ 200 - 300 กิโลกรัม แต่ตอนนี้เหลือเพียง วันละประมาณ 20 กิโลกรัม
เจ้าของลานรับซื้อปลา กล่าวว่า ไม่เคยเจอเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้มาก่อน ซึ่งหากสถานการณ์เป็นเช่นนี้เชื่อว่าปลาร้าคงจะขาดแคลนเพราะต้องหมักปีต่อปี และต้องใช้เวลา 3 เดือนถึงจะออกขายได้