นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ กรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คงหลีกเลี่ยงการปรับครม.ไม่ได้แล้ว โดยเฉพาะกระทรวงด้านเศรษฐกิจ แต่จากที่มีโผรายชื่อบุคคลที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี ยังเห็นว่าเป็นการปะผุ มากกว่าเป็นการปรับครม.เพื่อช่วยชาติอย่างแท้จริง เพราะดูเหมือนจะเป็นการดึงมือสมัครเล่นเข้ามา มีภาพของการรักษาพวกพ้องที่เป็นทหาร
ดังนั้นจึงเสนอว่า ควรเชิญผู้มีความรู้ความสามารถ และมีความชำนาญในแต่ละด้านมาร่วม โดยมาจากทั้งภาคเอกชน และพรรคการเมืองใหญ่ ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยเข้าร่วม ครม. เช่น นายศุภชัย พานิชภักดิ์ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เป็นต้น
"การปรับครม.ต้องตอบโจทก์เรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการสร้างความปรองดองให้ได้ เพราะหากแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ก็จะกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนมองว่าเป็นรัฐบาลเผด็จการที่มีอำนาจเต็มแต่ไม่มีน้ำยาแก้ปัญหาปากท้องประชาชนได้"นายอดุลย์ กล่าว
ส่วนข้อเสนอที่จะให้นิรโทษกรรมผู้ชุมนุมเพื่อนำไปสู่ความปรองดองนั้น นายอดุลย์ กล่าวว่ามีเสียงตอบรับเป็นอย่างดีโดยเฉพาะจากแกนนำกลุ่มการเมืองทั้ง2ฝ่ายคือ กลุ่มนปช.และกลุ่มกปปส. แสดงว่าสังคมไทยตกผลึกเรื่องนิรโทษต้นซอยแล้ว เหลือเพียงรัฐบาลโดยฝ่ายความมั่นคง จะตัดสินใจเมื่อไร แต่หากไม่รีบตัดสินใจก็เป็นห่วงว่าจะสายเกินไปหรือไม่ เพราะหลายฝ่ายมองว่า1ปีที่ผ่านมาคสช.ยังไม่ทำอะไรเรื่องปรองดอง นอกจากสั่งให้คนหยุดพุดหยุดเคลื่อนไหว
"นิรโทษกรรมแบบต้นซอยจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความปรองดองอย่างแท้จริง เพราะจะทำให้ประชนทุกฝ่าย รู้จักการให้อภัย ลดอคติ หมดความบาดหมางต่อกัน ได้รับความยุติธรรม ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ เกิดความแตกแยก ก็จะกลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิม เป็นบันไดนำไปสู่การหันหน้าเข้าหากัน" นายอดุลย์ กล่าว