อลัน สเติร์น นักวิจัยขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบของโครงการสำรวจดาวพลูโตโดยยาน "นิว ฮอไรซันส์" เผยภาพถ่ายชุดล่าสุดของดาวเคราะห์แคระที่หนึ่งในนั้นเป็นภาพซึ่งยานสำรวจตั้งกล้องถ่ายในมุมที่แสงอาทิตย์ส่องมาจากด้านหลัง เพื่อเผยให้เห็นชั้นของสสารที่ปกคลุมดาวพลูโต
โดยผลการวิเคราะห์ของนาซาพบว่าเป็นชั้นบรรยากาศที่ประกอบด้วยไนโตรเจน คาร์บอนมอนอกไซด์ และมีเทน โดยชั้นของสสารที่ปกคลุมนั้นมีความหนาอย่างน้อย 161 กม.จากผิวของดาวพลูโต และเมื่อเหล่าอนุภาคในชั้นบรรยากาศทำปฏิกิริยากับแสงอาทิตย์และแตกตัวตกลงมาสู่พื้นผิวด้านล่าง อาจทำปฏิกิริยาทางเคมีที่ซับซ้อนบางอย่างกับสสารที่อยู่บนพื้นผิวของดาว ทำให้เมื่อถ่ายภาพออกมาแล้วดาวพลูโตจึงดูสว่างเป็นสีแดง
ขณะที่ การตรวจวัดความกดอากาศบนดาวพลูโตทำให้นักวิทยาศาสตร์ทราบด้วยว่ามวลของชั้นบรรยากาศที่ปกคลุมดาวดวงนี้ลดลงมากถึงครึ่งหนึ่งภายในระยะเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น ซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้น่าจะได้รับวิเคราะห์แบบเจาะลึกมากขึ้น เมื่อยานส่งข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศของดาวพลูโตครั้งต่อไปในปีหน้า
นอกจากนี้ นาซายังเผยภาพพื้นผิวของดาวพลูโตที่ได้รับการแต่งสีให้ชัดเจนขึ้น พร้อมทั้งอธิบายว่าอุณหภูมิบนพื้นผิวของดาวอยู่ที่ราว -235°C ซึ่งเย็นเกินไปที่จะมีธารน้ำแข็งซึ่งเกิดจากน้ำ จึงเป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดส่วนประกอบของธารน้ำแข็งบนดาวพลูโตจึงเป็นไนโตรเจนเกือบทั้งหมด
สำหรับยานนิว ฮอไรซันส์ ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์เดินทางผ่านดาวพลูโตในระยะประชิดที่สุดเมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา เดินทางออกห่างจากดาวพลูโตมาไกลราว 12 ล้านกิโลเมตรแล้ว และเตรียมระงับภารกิจสังเกตการณ์ภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะเข้าสู่โหมดของการหมุนตัวเองเพื่อเร่งความเร็วในการส่งข้อมูลกลับมายังโลก ซึ่งนาซามีกำหนดส่งคำสั่งให้ยานสำรวจทยอยส่งข้อมูลที่รวบรวมเอาไว้ได้ระหว่างการบินผ่านดาวพลูโตในเดือน ก.ย.นี้ ส่วนการสำรวจดาวบริวารของดาวพลูโตทั้ง 5 ดวงคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปีหน้า