วันนี้ ( 26 ก.ค. 58 )หลังนายธำรงค์ เจริญกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ออกหนังสือ คำสั่งตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ห้ามบุคคล หรือกลุ่มบุคคลเข้าไปชุมนุม อันอาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ที่เวทีรับฟังความเห็น ค.3 โรงไฟฟ้าเทพา ที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ (27ก.ค.)
พล.ต.ต.อัมพล บัวรับพร ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัด สงขลา เปิดเผยว่า ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 400 นาย เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยการจัดประชุม ในจำนวนนี้มี 150-200 นาย จะปฏิบัติการในพื้นที่ที่จัดการประชุม โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มีอำนาจเต็มในการสั่งการ และหากชาวบ้านมีพฤติกรรมปลุกระดม หรือนำไปสู่ความวุ่นวายต่างๆ ก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตามคำสั่งที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ออกประกาศไป
ขณะที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องของพื้นที่ ซึ่งให้ไปถามผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เองว่าจะดำเนินการอย่างไร
ส่วนที่หน้าเฟซบุ๊กของนายบรรจง นะแส โพสต์ข้อความแถลงการณ์ในนนามเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2558 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ขอให้ยกเลิกคำสั่งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา เนื่องจาก เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน มีความเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย ขัดต่อกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ขัดต่อหลักการคุ้มครองสิทธิของประชาชนและสิทธิของชุมชนที่จะมีส่วนร่วมกับหน่วยงานรัฐในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทั้งยังขัดต่อหลักการคุ้มครองสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร สิทธิในการใช้ประโยชน์และคุ้มครองรักษาทรัพยากรและวิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่นของตน อันเป็นสิทธิที่บัญญัติรับรองไว้ตามความในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557
รวมถึงเครือข่าย เห็นว่า หน่วยงานของรัฐ ไม่มีความเหมาะสมใดๆที่จะแสดงท่าทีไปในทางสนับสนุนหรือผลักดันให้มีการดำเนินโครงการดังกล่าวไว้ล่วงหน้า ทั้งๆที่ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปและวินิจฉัยว่าโครงการนั้นๆ การมีคำสั่งดังกล่าวของผู้ว่าฯย่อมมีผลในทางกดดันเครือข่ายและกลุ่มผู้มีความเห็นต่างในการแสดงความคิดเห็นต่อโครงการ
และเนื้อหาในคำสั่งฉบับดังกล่าว ที่อ้างว่า กลุ่มผู้เห็นต่างอาจเข้าไปก่อให้เกิดความไม่สงบ ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน จึงห้ามเข้าไปชุมนุมหรือเข้าไปกระทำการใดๆ แสดงให้เห็นว่า เป็นความพยายามที่จะกีดกันเครือข่ายและกลุ่มผู้คัดค้านโรงไฟฟ้าไม่ให้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ทำให้มีแต่เพียงกลุ่มผู้สนับสนุนโครงการและผู้ดำเนินโครงการแต่เพียงฝ่ายเดียวที่ได้เข้าร่วมในเวทีรับฟังความคิดเห็น และเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น จึงเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ยกเลิกการปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม
รวมทั้งเสนอให้กฟผ.และคณะผู้จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพทบทวนกระบวนการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและชุมชนใหม่ตามหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงตั้งแต่เริ่มต้น
ซึ่งหากคำสั่งดังกล่าวไม่ถูกยกเลิก การจัดรับฟังความคิดเห็นที่จะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2558 ย่อมไม่มีบรรยากาศของการหารือ ถกเถียง เพื่อหาทางออกของโครงการได้อย่างเหมาะสมเพียงพอ เครือข่ายจึงจะไม่เข้าร่วมเวทีแสดงความคิดเห็นดังกล่าว