​ลงนามหยุดยิงประวัติศาสตร์ "เมียนมาร์" 15 ตุลาคม 2015 (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

Bigstory! ลงนามหยุดยิงประวัติศาสตร์ "เมียนมาร์" 15 ตุลาคม 2015 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการยุติสงครามระหว่างชาติพันธุ์ที่ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 60 ปีได้หรือไม่ การนำไปสู่การเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นแบบ "สหพันธรัฐ"? รายงานสดจากประเทศเมียนมาร์ โดยปิติพร เพรามธุรส ผู้สื่อข่าว PPTVHD

เมียนมาร์ลงนามสนธิสัญญาหยุดยิงครั้งประวัติศาสตร์ กับ 8 กลุ่มชาติพันธุ์

15 ตุลาคม 2015 น่าจะเป็นวันที่ต้องถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของเมียนมาร์ หลังรัฐบาลทหารที่ปกครองเมียนมาร์ด้วยระบอบเผด็จการมาอย่างยาวนาน ร่วมลงนามในสนธิสัญญาหยุดยิง กับ ผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ 8 กลุ่ม ที่เป็นกองกำลังติดอาวุธ สู้รบกับรัฐบาลทหารมาโดยตลอด การลงนามครั้งนี้เกิดขึ้นที่กรุงเนปิดอว์ เมื่อเช้านี้ (15 ต.ค.58) มีข้อความ "สันติภาพ" และการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์มากมายเกิดขึ้น

การลงนามในสนธิสัญญาหยุดยิง ระหว่างพลเอกเต็งเส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์ กับกลุ่มชาติพันธุ์ 8 กลุ่ม คือ ภาพประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของเมียนมาร์ การลงนามในวันนี้เกิดขึ้นภายหลังผ่านการเจรจามาแล้วหลายครั้ง

ในพิธีลงนามหยุดยิงครั้งนี้ ปรากฏภาพป้ายที่มีข้อความภาษาเมียนมาร์ แปลว่า "สันติภาพ" อยู่ด้านหน้าห้องประชุม เป็นสัญลักษณ์ว่าอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นในเมียนมาร์ เพราะอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการยุติสงครามระหว่างชาติพันธุ์ที่ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 60 ปี หลังการเจรจาหยุดยิงที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง 3 ปี

ในกลุ่มชาติพันธุ์ที่ร่วมลงนามในวันนี้ มีชาติพันธุ์กะเหรี่ยงและไทใหญ่ ที่เป็น 4 กลุ่มติดอาวุธ ระหว่างแนวชายแดนไทย – เมียนมาร์ และมีผู้ลี้ภัยในไทยจำนวนมากเข้าร่วมด้วย

กลุ่มชาติพันธุ์ที่ร่วมลงนามครั้งนี้ มีอาณาเขตอยู่ตามแนวชายแดน และเป็นกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ ประกอบด้วย

1.กลุ่มกะเหรี่ยง KNU

2.สภาสันติภาพกะเหรี่ยง

3.กลุ่มองค์กรปลดปล่อยแห่งชาติปะโอ หรือ (PNLO)

4.แนวร่วมนักศึกษาเมียนมาร์เพื่อประชาธิปไตย

5.กองกำลังชาติพันธุ์ชิน

6.พรรค Arakan Liberation Party (ALP)

7.กองกำลังกะเหรี่ยง DKBA

8.กองทัพรัฐฉาน ภายใต้การนำของพลโท เจ้ายอดศึก

กลุ่มชาติพันธุ์ที่มาในวันนี้ (15 ต.ค.58) ล้วนแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ หรือ ประจำถิ่น เพื่อแสดงออกถึงความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สอดคล้องกับที่พลโทเจ้ายอดศึก ผู้นำรัฐฉาน ได้เปิดเผยกับ PPTV เมื่อสัปดาห์ก่อนที่จ.เชียงใหม่ว่า จะเสนอแนวทางเปลี่ยนเมียนมาร์เป็นระบอบสหพันธรัฐ คล้ายสหรัฐอเมริกา

พิธีลงนามเริ่มต้นขึ้นในเวลา 09.00น.ตามเวลาท้องถิ่น มีพลเอกเต็งเส่ง ประธานาธิบดีของประเทศเมียนมาร์เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยยืนยันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะยุติสงคราม และเปลี่ยนผ่านตามสนธิสัญญาปางหลวง ให้ไปสู่ระบอบสหพันธรัฐ

นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ คือ นายพลมูตู เซ โพ นายพลสูงสุดของกลุ่มกะเหรี่ยง KNU ขึ้นพูดเวทีถึงการลงนามครั้งนี้ โดยเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อผลักดันให้เกิดระบอบสหพันธรัฐขึ้นจริง

การลงนามครั้งนี้ยังมี 4 ประเทศ 2 กลุ่ม คือองค์การสหประชาชาติและสหภาพยุโรป จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และไทย ซึ่งมีนายอภิชาต ชิณวรรโน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แทนพิเศษรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นสักขีพยาน ทูตจาก 50 ประเทศร่วมสังเกตการณ์

ส่วนการประกาศงดเลือกตั้งในพื้นที่สู้รบเหล่านี้ ทีมข่าว PPTV ที่ร่วมในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ ได้พูดคุยกับทั้งกลุ่มนักศึกษา และกลุ่ม KNU ได้คำตอบตรงกันว่าการเลือกตั้งจะต้องมีต่อไป แม้จะไม่ลงคะแนนในพื้นที่สู้รบแต่รัฐบาลใหม่ก็ต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญานี้

กลุ่มชาติพันธุ์ เชื่อมั่น "ลงนามหยุดยิง" จุดเริ่มต้นยุติสงครามอันยาวนาน

การลงนามในสนธิสัญญาหยุดยิงวันนี้ (15 ต.ค.58) มี 8 ชาติพันธุ์ จากทั้งหมด 21 กลุ่มชาติพันธุ์เข้าร่วม ทำให้ยังมีข้อครหาว่าอาจเป็นการกระทำที่ล้มเหลว แต่เมื่อพิจารณาจากหลายปัจจัยกลุ่มที่ไปร่วมลงนามมองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของเมียนมาร์ เพราะ 8 กลุ่มนี้ ล้วนเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ

ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับกระบวนการสันติภาพในประเทศเมียนมาร์ ที่วันนี้ (15 ต.ค.58) กลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 8 กลุ่ม ได้ลงนามข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ ท่ามกลางการเฝ้าสังเกตการณ์จากนานาชาติ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการยุติสงครามระหว่างชาติพันธุ์ที่ยาวนานมากว่า 60 ปีในเมียนมาร์

ตอนหนึ่งในการกล่าวเปิดพิธีลงนามของพลเอกเต็งเส่ง ประธานาธิบดีของเมียนมาร์ ระบุว่าขอบคุณชาติพันธุ์ทั้ง 8 กลุ่มที่ให้ความร่วมมือลงนามข้อตกลงหยุดยิงในวันนี้ หลังเจรจาตามแผนโรดแมปมานานถึง 3 ปี และนี่ถือเป็นการทำตามรัฐธรรมนูญปี 2008

แม้ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาจะมีการเจรจาหยุดยิงหลายครั้ง แต่ระหว่างนั้นก็มีการสู้รบเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ หลายกลุ่มที่เข้าร่วมเจรจาวันนี้ ก็ยอมรับว่ายังมีการสู้รบกันอยู่ แม้วันนี้กระบวนการสันติภาพ จะดำเนินมาถึงขั้นบรรลุข้อตกลงและลงนามแล้วก็ตาม

ต้องยอมรับว่าในประเทศเมียนมาร์ มีกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่ม ที่ผ่านมารัฐบาลได้ตั้งองค์กรเพื่อสันติภาพขึ้นมา เพื่อเจรจากับกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 21 กลุ่ม ขณะที่การบรรลุข้อตกลงวันนี้ มีเพียง 8 กลุ่มชาติพันธุ์เท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าการลงนามครั้งนี้จะล้มเหลว แต่กลุ่มชาติพันธุ์ที่เข้าร่วมลงนามก็มองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

หลังลงนามข้อตกลงกันไปในวันนี้แล้ว ภายใน 5 วัน ทั้ง 2 ฝ่ายต้องมีคำสั่งไปยังกองกำลังทุกหน่วยให้หยุดยิงทันที จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อวางแนวทางทางการเมือง และกรอบการทำงาน ก่อนที่จะนำไปสู่การกำหนดข้อตกลงที่ชัดเจนและนำไปปฏิบัติโดยทั้งหมดจะใช้เวลาทั้งหมด 90 วัน

ประวัติศาสตร์ เจรจาหยุดยิง "เมียนมาร์" สู่ "สหพันธรัฐ"

การทำสนธิสัญญาครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังการเจรจาอันยาวนาน จนในที่สุด ได้ผู้ร่วมลงนามวันนี้ 8 กลุ่มชาติพันธุ์ จากทั้งหมด 21 กลุ่ม ที่มา ที่ไป ที่ทำให้เกิดวันนี้ขึ้น คือ ข้อเรียกร้องสำคัญ "เปลี่ยนเมียนมาร์ เป็น สหพันธรัฐ"

การลงนามร่วมกันขอรัฐบาลและชนกลุ่มน้อย 8 กลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าล่าสุดนั้น นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่หลายฝ่ายมองว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ชัดเจนที่สุดในรอบ 60 ปี ที่มีการสู้รบระหว่างรัฐบาลทหารพม่า และชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ หลังจากเมื่อ 31 มี.ค.58 คณะประสานงานการหยุดยิงทั่วประเทศ (NCCT) ของกลุ่มชาติพันธุ์ 16 กลุ่ม เห็นชอบในหลักการร่วมกับคณะทำงานสันติภาพระดับสหภาพ (UPWC) ของรัฐบาลพม่า ในการร่างเนื้อหาสำหรับข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ

ตัวเลขที่น่าสนใจซึ่งเป็นที่มาของการเจรจาหยุดยิงครั้งนี้ ตัวเลขที่อยากให้สนใจมากที่สุด คือ ประชากรมากกว่า 6.5 แสนคน กลายเป็นผู้ลี้ภัยยสงคราม หลบหนีออกนอกประเทศ

จากข้อมูลกลุ่มคณะประสานงานการหยุดยิงทั่วประเทศ หรือ NCCT ประกอบด้วยกองกำลังส่วนใหญ่ของกลุ่มชาติพันธุ์ มีสมาชิก 16 กลุ่ม แต่ครั้งนี้มาร่วมลงนาม 8 กลุ่ม ที่เหลือมีจำนวนหนึ่งรัฐบาลเมียนมาร์ไม่ยอมรับ ให้ลงนามในสนธิสัญญาหยุดยิง แม้จะเป็นสมาชิกของ NCCT คือ กองทัพอาระกัน (AA) กองกำลังโกก้าง กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (Ta'ang National Liberation Army หรือ ดาระอั้ง กองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army - UWSA) เพราะรัฐบาลมองว่า เป็นกลุ่มที่อยู่นอกกฎหมาย ตั้งกองกำลังนอกพื้นที่ของตัวเอง ส่วนอีกหลายกลุ่มที่เหลือ เป็นกลุ่มย่อย ที่เจรจากันเป็นการเฉพาะไปแล้ว

"ทีมข่าว PPTVHD" คุยกับผู้สื่อข่าว BBC ภาคภาษาเมียนมาร์ ประจำประเทศไทย นายวินมิตร โยสาละวิน เขามองว่าการลงนามครั้งนี้ มีโอกาสสูงที่จะเปลี่ยนแปลงเมียนมาร์ ไปสู่ "ระบอบสหพันธรัฐ" ได้จริง

ปัจจัยต่างๆ ต่อการเลือกตั้งสำคัญในเมียนมาร์

การเลือกตั้งทั่วไปของสหภาพเมียนมาร์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 พ.ย.58 เป็นที่จับตาของหลายฝ่ายและทุกความเคลื่อนไหว ถูกนำมาวิเคราะห์ว่าล้วนเป็นท่าทีที่มีความหมายต่อทิศทางการเมืองของเมียนมาร์ทั้งสิ้น

โดยเฉพาะการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ให้ตัวแทนพรรคการเมืองที่ลงรับสมัครเลือกตั้งในเมียนมาร์ พิจารณาว่าจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปหรือไม่ โดยให้เหตุผลเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยใหญ่ในหลายพื้นที่ รวมถึงการสู้รบระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มชาติพันธุ์บริเวณชายแดนบางส่วน แต่ก็มีการตั้งข้อโต้แย้งว่าการขอให้มีการพิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งออกไปนั้น มาจากคะแนนนิยมของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ที่มีมากกว่า พรรคพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลปัจจุบัน และท้ายที่สุดก็มีการสรุปแล้วว่าการเลือกตั้งจะยังคงดำเนินต่อไป ตามเดิมโดยที่จะยกเลิกเขตการเลือกตั้งในบางพื้นที่ที่ยังมีการสู้รบระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มชาติพันธุ์

ผู้สื่อข่าว บีบีซี ภาคภาษาเมียนมาร์ ประจำประเทศไทย มองว่ารัฐบาลจำเป็นต้องเดินหน้าให้มีการเลือกตั้งเพื่อจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในเมียนมาร์ ตามที่มีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2008

การลงนามหยุดยิงครั้งนี้ ถือเป็นถนนที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองเป็นสหพันธรัฐเมียนมาร์ที่รัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่ แต่ละรัฐ มีอำนาจในการบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ของตัวเองรวมถึงระระเบียบบริหารท้องถิ่น แม้การเจรจาหยุดยิงจะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการเลือกตั้งโดยตรง แต่ก็เป็นท่าที ความสัมพันธ์ของพรรครัฐบาล กับกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะมีผลกับการตั้งรัฐบาลใหม่ หลังการเลือกตั้ง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ