รู้สู้ “แล้ง” (ตอนที่ 2) สงครามชิงน้ำ.. “ผืนนาแล้ง” และ “ปิง-วังแทบไม่มีน้ำลอยกระทง”

โดย PPTV Online

เผยแพร่



สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการประคองปัญหาภัยแล้งในครั้งนี้ จนกว่าจะผ่านพ้นช่วงวิกฤติและเข้าสู่ฤดูฝนในปีหน้า คือการไม่ใช้น้ำนอกแผนหรือมากกว่าปริมาณที่กรมชลประทาน แบ่งไว้สำหรับกิจกรรมต่างๆ ทั้งการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศและผลักดันน้ำเค็ม การเกษตร และสำหรับใช้ในการผลิตภาคอุตสาหกรรม แต่ด้วยปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย โจทย์ใหญ่หลังจากนี้จึงอยู่ที่ว่า กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำอย่างไร ให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนโดยเฉพาะชาวนา เนื่องจากไม่มีน้ำเหลือพอสำหรับการเพาะปลูกในฤดูแล้ง ขณะที่คนกรุงเองก็มีความต้องการใช้น้ำ สำหรับอุปโภคและบริโภคในชีวิตประจำวัน


สถานการณ์เช่นนี้ จึงสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะก่อให้เกิดสงครามแย่งชิงน้ำ ก่อนจะเกิดภาพเช่นนั้น ในช่วงปลายเดือนที่กำลังจะมาถึง พี่น้องชาวภาคเหนือบริเวณลุ่มน้ำปิงและน้ำวัง อาจต้องเดินลึกลงไปในตลิ่งเพื่อลอยกระทง ในแม่น้ำที่เหือดแห้ง..



นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีมกรุ๊ป จำกัด ผู้เชี่ยวชาญเรื่องระบบจัดการน้ำ บอกกับทีมข่าว New Media PPTV ว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักเหลืออยู่น้อยมาก โดยข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 2557 เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,177 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิต์ 2,053 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนแควน้อยฯ 370 ลบ.ม. เขื่อนป่าสักฯ 637 ลบ.ม. ซึ่งหลังจากนี้จะมีน้ำไหลเข้าน้อยลงเฉลี่ย 10-15 ล้าน ลบ.ม./วัน ในขณะที่ปีที่แล้วมีน้ำเข้ามามากกว่า 30 ล้าน ลบ.ม./วัน


ดังนั้น การใช้น้ำหลังจากนี้จึงต้องควบคุมให้เป็นไปตามแผน โดยตอนนี้ในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยามีพื้นที่รอเกี่ยวข้าวประมาณ 1.4 ล้านไร่ และเพื่อบริหารจักการน้ำที่มีอยู่ให้เพียงพอ ก่อนหน้านี้รัฐบาลจึงได้ออกประกาศขอความร่วมงดปลูกข้าวนาปรัง แต่ในความเป็นจริงหลายพื้นที่ยังมีการปลูกข้าวต่อ โดยรวมคาดว่าจะมีการปลูกข้าวในครั้งที่สองประมาณ 1.7 ล้านไร่ ซึ่งกรมชลประทานต้องส่งน้ำให้ถึงช่วงเดือน มี.ค. ปีหน้า ตรงนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญว่าจะบริหารจัดการน้ำอย่างไรให้เพียงพอกับความต้องการ เพราะปริมาณน้ำที่กันไว้สำหรับภาคการเกษตร มีเพียง 500 ล้าน ลบ.ม. เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับส่งให้ทุกพื้นที่เพาะปลูกอย่างแน่นอน



"ปริมาณน้ำจาก 4 เขื่อนหลักที่เหลืออยู่เพียง 4,200 ล้าน ลบ.ม. นั้น ไม่เพียงพอสำหรับนำไปจัดสรรสำหรับการปลูกข้าวนอกฤดูกาล แต่ปัญหาตอนนี้ในบ้างพื้นที่ทำการเพาะปลูกไปแล้ว ปัญหาคือภาครัฐจะควบคุมการใช้น้ำให้อยู่ได้ในแผนได้มากน้อยขนาดไหน เฉพาะลำน้ำน่านในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ และ จ.พิษณุโลก มีสถานีสูบอยู่ 300 กว่าแห่ง ถามว่าเราจะไปควบคุมไม่ให้สูบน้ำอย่างเข้มงวดได้อย่างไร" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีมกรุ๊ป จำกัด ตั้งข้อสังเกต


ประธานกรรมการบริหาร ทีมกรุ๊ป ย้ำว่า หากมีการนำน้ำต้นทุนซึ่งสำรองไว้สำหรับเพาะปลูกในช่วงฤดูฝนปี 2559 มาส่งให้กับการปลูกข้าวในปีนี้ก่อน ก็จะทำให้ปีหน้าประสบปัญหาภัยแล้งในปีหน้าตามมาเป็นลูกโซ่ ดังนั้นรัฐบาลและกรมชลประทานต้องตกลงกันว่าจะส่งน้ำให้กับพื้นที่ใดบางและขนาดพื้นที่เท่าไร หากพื้นที่ไหนอยู่ปลายคลองมากๆ คงอาจไม่สามารถส่งน้ำเข้าไปถึงได้ เพราะจะมีการสูญหายกลางทางจากการดักสูบน้ำด้วย ส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรส่งน้ำให้เกินพื้นที่เพาะปลูก 1 ล้านไร่ ไม่เช่นนั้นจะสุ่มเสี่ยงมากว่าจะไม่เหลือน้ำมากพอ สำหรับประคองไปจนถึงเดือน พ.ค. ปีหน้า ส่วนพื้นที่เพาะปลูกที่เหลืออีก 7 แสนไร่ อาจต้องอาศัยการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อผลผลิตน้อยที่สุด ในช่วงที่แล้งวิกฤติสูงสุดจึงน่าห่วงว่าอาจเกิดการแย่งชิงน้ำในหลายพื้นที่ ตรงนี้จึงต้องมีการวางแผนรองรับให้ดี



"นอกจากปัญหาน้ำไม่เพียงพอสำหรับการเพาะปลูกนอกฤดูแล้ว ระยะใกล้หลังจากนี้ช่วงปลายเดือน พ.ย. ในช่วงเทศกาลลอยกระทง ด้วยปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ไม่มากนักในแต่ละลุ่มน้ำ อาจทำให้หลายพื้นที่ไม่มีน้ำมากพอสำหรับลอยกระทงเหมือนปีก่อนๆ โดยเฉพาะภาคเหนือลำน้ำปิงและลำน้ำวัง เพราะขณะนี้มีน้ำเหลือน้อยมาก แต่ในลำน้ำอื่นๆ ยังพอมีน้ำสำหรับบริหารจัดการปล่อยมาให้ประชาชนได้ใช้ลอยกระทงในปีนี้" วิศวกรแหล่งน้ำขยายภาพความรุนแรงของภัยแล้งในปีนี้


นายชวลิต บอกอีกว่า อีกหนึ่งปัญหาสำคัญคือการรักษาระบบนิเวศ โดยเฉพาะภารกิจผลักดันน้ำเค็มที่หากไม่สามารถบริหารจัดการได้ จะส่งผลกระทบก่อให้เกิดความเสียหายต่อสวนผลไม้และสวนไม้ดอก ของเกษตรกรในบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำท่าจีน ขณะเดียวกันหากน้ำเค็มรุกเข้ามามากจะส่งผลต่อการผลิตน้ำประปา เนื่องจากการบำบัดนำ้เค็มเพื่อนำมาผลิตน้ำประปานั้น มีต้นทุนสูงกว่าปกติหลายเท่า จากประมาณ 8-10 บาท/ลบ.ม. เป็น 40 บาท/ลบ.ม.



ฉะนั้น ตอนนี้คนกรุงก็ต้องตระหนักถึงความสำคัญของวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ด้วย ต้องช่วยกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำ เพื่อเหลือแบ่งปันสำหรับภาคการเกษตรและการลดระดับความเค็ม เพราะหากไม่ช่วยกันคนละไม้ละมือในอนาคต คนเมืองจะต้องประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างแน่นอน เนื่องจากภัยแล้งไม่ใช่เรื่องที่ใกล้ตัวคนไทยอีกต่อไป


Content : สุริยัน ปัญญาไว

Producer/Editing : บุญญานันท์ คำโพธิ์ทอง

Photo : PPTV


ติดตาม รู้สู้ "แล้ง" ตอนที่ 1: รู้สู้ "แล้ง" (ตอนที่ 1) เปิดปมภัยแล้ง 58 แล้งหนักแทบขาดใจ ! http://www.pptvhd36.com/news/18108

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ