เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์แล้ว สำหรับภารกิจฝึกทบทวนผู้ควบคุมสุนัขสืบหาระเบิด ที่มี "ผู้บังคับสุนัข" 12 นาย และ "สุนัขสืบหาวัตถุระเบิด" จำนวน 12 ตัว เมื่อเรียกแล้วจะนับเป็น "1 ชุดปฏิบัติการ" ในการทำงานในสถานการณ์จริง ที่มารวมตัวกันอยู่ที่ ศูนย์ฝึกสุนัขตำรวจ กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายพระรามหก
โดยผู้บังคับสุนัขและสุนัขสืบหาวัตถุระเบิดที่เข้าร่วมฝึกอบรมนั้น มาจากกองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน และ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่เคยผ่านการฝึกอบรมอย่างหนัก ก่อนไปปฏิบัติงานในพื้นที่จริงทั้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ ซึ่งในตอนนี้มักมีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง การฝึกทบทวนครั้งนี้จึงมีความจำเป็นมากขึ้น
สุนัขสืบหาวัตถุระเบิดทั้ง 12 ตัวนี้ ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ "มาลินอยส์" และอีก 2 ตัวเป็นพันธุ์ "เยอร์มัน เชพเพิร์ด" และ "ดัชต์ เชพเพิร์ด" ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกคัดเลือกมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมในโครงการนี้
การฝึกครั้งนี้เป็นความร่วมมือในโครงการให้ความช่วยเหลือเพื่อการต่อต้านการก่อการร้ายแห่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีสำนักงานรักษาความมั่นคงทางการทูตสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ให้การสนับสนุน โดยได้ "ครูฝึก" จากประเทศสหรัฐอเมริกา มาฝึกทบทวนให้
"อันเดอร์ ไอแซคซัน" ผู้ฝึกสอนจากประเทศสหรัฐอเมริกา บอกว่า ในช่วงแรกของการฝึกจะเป็นการประเมินว่าสุนัขแต่ละตัวมีปัญหาอะไรจากการทำงานที่ผ่านมา เมื่อเราได้รับฟังปัญหาก็มาวางแผนและออกแบบการฝึกเพื่อแก้ปัญหา ก็จะมีการฝึกลักษณะที่คล้ายกับการปฏิบัติงานจริง และเพิ่มความซับซ้อนของปัญหามากขึ้น โดยมีการจำลองสถานการณ์ในการฝึกสลับเปลี่ยนไปในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการฝึกการค้นหาทุกรูปแบบทั้งในอาคาร นอกอาคาร และการค้นหาในยานพาหนะ ซึ่งตลอดทั้ง 2 สัปดาห์ของการฝึกนั้น จะสลับสับเปลี่ยนสถานที่ฝึกไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้สุนัขจำกลิ่นได้
สำหรับวันสุดท้ายของการฝึก จะมีการทบทวนเหตุการณ์ โดยมีการให้โจทย์ ของการฝึกการสืบหาวัตถุระเบิดในยานพาหนะและอาคาร โดยครูฝึกจะมีการซ่อนวัตถุระเบิด ซึ่งสารระเบิดแต่ไม่เป็นอันตรายใช้สำหรับการฝึกเท่านั้น เมื่อชุดปฏิบัติการเข้ามาในพื้นที่เพื่อหาวัตถุระเบิดที่ถูกซุกซ่อนในรถหลายๆคันตามจุดต่างๆของรถ ก่อนจะให้แต่ละชุดปฏิบัติการ เข้าค้นหาเพื่อทดสอบครั้งละ 1 ชุด
"ซุก ซุก" เสียงผู้บังคับสุนัขส่งเสียงสั่งสุนัขเป็นภาษาดัตซ์ แปลว่า "หา" ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้สอนสุนัขมาตั้งแต่ประเทศต้นทาง ก่อนครูฝึกจะมาปรับใช้คำสั่งร่วมกับภาษาอังกฤษและภาษาไทย ในการสั่งสุนัขในการสืบหาวัตถุระเบิด สุนัขก็จะค่อยๆวิ่งวน และอาศัยการดมกลิ่น เมื่อเจอก็จะนั่ง หรือ หมอบส่งสัญญานบอกกับผู้บังคับสุนัข ก่อนจะต้องแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ จากนั้นครูฝึกจะให้ของเล่น มีลักษณะเป็นยางสีดำ เปรียบเสมือนเป็นรางวัลเมื่อหาเจอ
สำหรับการตอบสนองต่อวัตถุระเบิดที่เจอ "อันเดอร์" ครูฝึกในครั้งนี้ บอกกับทีมข่าวนิวมีเดีย PPTV ว่า สุนัขแต่ละตัวจะแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกัน เมื่อเจอวัตถุระเบิดแล้วจะนั่งลง หรือหมอบ และชี้จมูก ไปที่วัตถุระเบิด ส่วนการดมกลิ่นนั้นสุนัขแต่ละตัวจะมีความไวในการดมกลิ่นที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปริมาณสารระเบิดและปัจจัยแวดล้อมในสถานที่นั้นๆด้วย แต่ว่าการฝึก 2 สัปดาห์ พบว่าสุนัขบางตัวได้กลิ่นตั้งแต่ระยะ 15 ฟุต ซึ่งผู้บังคับสุนัขเองก็ต้องเข้าใจพฤติกรรมของสุนัขตัวเองให้ได้มากที่สุด
โดยคุณสมบัติของสุนัขสืบค้นวัตถุระเบิด คือ จมูกไว มีความอดทนในการดมกลิ่น มีความเป็นมิตร ไม่ดุร้าย เพราะเราต้องทำงานในพื้นที่ชุมชน และต้องมีความมั่นคงในอารมณ์ เพราะต้องทำงานในพื้นที่ที่ต่างกันออกไป
ด้าน ส.ต.ต.ปริญญา งามวงศ์ ผบ.หมู่ งานตรวจพิสูจน์หลักฐาน กองกำกับการสุนัขและม้าตำรวจ ผู้บังคับ
สุนัข สายพันธุ์ มาลินอยส์ ที่ชื่อว่า "สแคปปี้" วัย 2 ปีครึ่ง บอกว่า ได้มาทบทวนความรู้ที่เราได้รับไปแล้ว และมารับความรู้ใหม่ๆ จากประสบการณ์ที่เราได้ไปทำงานจริงมา 7 เดือน และความรู้จากครูฝึกที่ได้ไปสอนประเทศอื่นมา ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งแรกที่ฝึกเราให้เข้ากับสุนัข การตรวจยังไง แต่ครั้งนี้มาสอนให้ฝึกสุนัขได้ ให้ดมต่ำ ดมสูงยังไง ซึ่งการทบทวนนี้จะนำไปปรับใช้กับการทำงานในสถานการณ์จริง เพราะการทำงานจริงเราต้องเข้าใจสุนัขให้มากที่สุดในการแสดงอาการเวลาเจอวัตถุระเบิด ถ้าจุดอยู่สูงจะชี้จมูกไปข้างบน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บังคับสุนัขต้องเรียนรู้ร่วมกัน
สำหรับโครงการทบทวนผู้ควบคุมสุนัขสืบหาระเบิด ที่ฝึกระหว่างวันที่ 9 พ.ย. - 19 พ.ย. 58 ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้บังคับสุนัขทุกนายไม่หยุดนิ่ง มีการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น เพื่อความปลอดภัยและการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ซึ่งก่อนจบการฝึกครูฝึกได้ย้ำเตือนว่า สำหรับผู้บังคับสุนัขและสุนัขเวลาทำงาน ต้องหูไวตาไว ระมัดระวังตัวเอง ไม่ใช่เฉพาะระวังสุนัข แต่ต้องระวังตัวเองด้วย เมื่อกลับมาฝึกที่หน่วยต้องฝึกให้สมจริงมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
หลังจากการจบการฝึกแล้ว "ผู้บังคับสุนัข" และ "มะหมาสี่ขา" ทั้ง 12 ตัวนี้จะกลับไปประจำการที่หน่วยงานต้นสังกัด เพื่อรอรับคำสั่งและทำหน้าที่ต่อไป
เรื่อง : พัฐอร พิจารณ์โสภณ
PPTV Photo ทวีชัย จันทะวงค์
Producer/Editing: บุญญานันท์ คำโพธิ์ทอง