คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอสซี มีมติเอกฉันท์รับรองข้อเสนอซึ่งผลักดันโดยประเทศฝรั่งเศส ให้ประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติเพิ่มความพยายาม และดำเนินมาตรการที่จำเป็นทุกวิถีทางเพื่อต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอเอส รวมถึงทำลายแหล่งกบดานและฐานที่มั่นของกลุ่มไอเอส และกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ ในประเทศอิรักและซีเรีย เนื่องจาก พิจารณาแล้วว่าภายหลังจากเหตุโจมตีที่กรุงปารีส เป็นที่ชัดเจนว่า กลุ่มไอเอสเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
อย่างไรก็ตาม คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติไม่ได้ประกาศใช้กฎบัตรสหประชาชาติ หมวดที่ 7 ว่าด้วยการดำเนินการเพื่อระงับภัยคุกคามต่อสันติภาพ การละเมิดสันติภาพหรือการกระทำในลักษณะรุกราน ที่เป็นมาตรการที่อนุญาตให้มีการใช้กำลังเพื่อให้เกิดสันติภาพ โดยมีผลบังคับทางกฎหมาย
ขณะเดียวกันศูนย์ประเมินความเสี่ยงแห่งชาติเบลเยียม หรือ โอซีเอเอ็ม ได้ประกาศยกระดับเฝ้าระวังภัยก่อการร้ายในกรุงบรัสเซลส์ เป็นระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ขณะที่ วุฒิสภาฝรั่งเศส วานนี้ มีมติเอกฉันท์รับรองมติสภาผู้แทนราษฎรที่ให้ขยายการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปอีก 3 เดือน
ทั้งนี้ ทางด้านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้มีแถลงการณ์ฉบับที่ 2 แจ้งถึงคนไทยที่พำนักอยู่ในฝรั่งเศส หรือเดินทางมาฝรั่งเศส ติดตามข่าวสาร และปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของฝรั่งเศสอย่างเคร่งครัด พร้อมเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจร และสังเกตสิ่งผิดปกติในที่สาธารณะและพื้นที่ชุมชน เนื่องจากทางการฝรั่งเศสจะใช้ความเข้มงวดในการตรวจคนเข้าเมือง และมีการจำกัดพื้นที่ซึ่งอาจทำให้การสัญจรในกรุงปารีสติดขัดหรือล่าช้าบางช่วง
นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือให้แจ้งที่อยู่หรือหมายเลขติดต่อกับทางสถานทูต ที่อีเมล thaipar@mfa.go.th หรือ โทร.+33 6 03 59 97 05 และ +33 6 46 71 96 94