ศูนย์พึ่งได้ กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า ในปี 2556 มีเด็กและสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรง เข้ามารับบริการที่ศูนย์พึ่งได้ทั่วประเทศมากถึง 31,866 ราย เฉลี่ย 87 ราย/วัน หรือในแต่ละชั่วโมงจะมีเด็กและสตรีถูกทำร้าย 4 ราย ซึ่งสูงขึ้นจากปี 2555 ที่มี 20,572 ราย หรือเฉลี่ย 56 ราย/วัน โดยในเด็กพบว่าถูกกระทำความรุนแรงทางเพศมากที่สุด สาเหตุจากสภาพแวดล้อม เช่น สื่อลามก การใช้สารกระตุ้น เช่น การดื่มสุรา ใช้สารเสพติด และปัญหาสัมพันธภาพในครอบครัว ขณะที่สตรีถูกกระทำความรุนแรงทางกายมากที่สุด สาเหตุจากการนอกใจ ทะเลาะ หึงหวง การดื่มสุรา และใช้สารเสพติด ที่น่าตกใจคือทั้งเด็กและสตรี ถูกทำร้ายจากคนกลุ่มเดียวกัน นั่นก็คือแฟน สามี เพื่อน และคนในครอบครัว
นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต ย้ำว่า ผลกระทบจากการถูกกระทำความรุนแรงในเด็ก ทั้งที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและทางอ้อม โดยการเห็นเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัว มีโอกาสซึมซับและยอมรับความรุนแรงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยเข้าใจผิดว่าปัญหาต่างๆ สุดท้ายต้องแก้ไขด้วยความรุนแรง ขณะที่ความรุนแรงในผู้หญิงนั้น บาดแผลทางจิตใจที่เกิดขึ้นไม่สามารถลบเลือนไปได้ง่ายๆ ส่งผลต่ออารมณ์บุคลิกภาพและการดำเนินชีวิตประจำวัน อาจมีความกระวนกระวาย จิตใจแปรปรวน ขณะที่บางคนมีอาการเครียด ท้อแท้เรื้อรัง สูญเสียความมั่นใจในตนเอง อับอาย ซึมเศร้า หรือบางรายมีอาการทางจิต หวาดกลัว หวาดผวา เป็นต้น
อธิบดีกรมสุขภาพจิต ยังได้แนะนำแนวทางป้องกันความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากคนใกล้ตัวนั้น สามารถแก้ไขได้ด้วยการปฏิบัติตามหลัก 5 ไม่ ดังนี้
- ไม่นิ่งนอนใจ โดยตรวจสอบว่ามีอาวุธอยู่กับตัวของผู้เมาสุรา หรือบริเวณใกล้เคียงหรือไม่ ถ้ามี และไม่มั่นใจว่าปลอดภัย ให้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ
- ไม่ใช้กำลัง ในการยุติความ เว้นแต่จะเป็นการกระทำไปเพื่อป้องกันตัวตามเหตุผลที่สมควร
- ไม่สร้างบรรยากาศ ข่มขู่ ตำหนิ หรือกดดัน ไม่ยิ้มเยาะหรือหัวเราะ ไม่โต้แย้งหรือ ท้าทาย หรือตะโกนใส่ เพราะจะยิ่งเพิ่มความโกรธและหงุดหงิดให้เขามากขึ้น จึงควรยุติการสนทนาลง
- ไม่ให้บุคคลนั้นเข้าใกล้เครื่องยนต์ กลไกหรือขับขี่ยานพาหนะ
- ไม่เข้าไปใกล้บุคคลนั้นมากเกินไป เพราะจะเป็นอันตรายได้ จึงควรมีระยะห่าง ตลอดจนหลีกเลี่ยงการจ้องตาหรือการมองตาอย่างต่อเนื่อง