“สงคราม 4G”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

Bigstory 48 ชั่วโมง สำหรับการเคาะราคาการประมูลคลื่น 4G ย่านความถี่ 900 MHz ขณะนี้ราคาประมูลรวม 2 ใบอนุญาต แตะที่ 1 แสนล้านตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา โดยหลังจากผ่านราคาแสนล้านมา ก็มีลุ้นหลายครั้งว่าการประมูลอาจจะได้ผู้ชนะ เนื่องจากในการเคาะราคาหลายครั้งไม่มีผู้เสนอราคา แต่จนถึงขนาดนี้กลับยังไม่มีท่าทีว่าจะจบการประมูล

กราฟฟิค 1

เกินกว่าแสนล้านบาทไปแล้ว สำหรับการประมูล 4G คลื่น 900 เมกกะเฮิร์ต ซึ่งถือว่า ดุเดือดอย่างมาก มีการวิเคราะห์กันหลายแง่มุม  ถึงสาเหตุที่ทำให้การประมูลรอบนี้ มีการแข่งขันสูง และดันราคาให้ขึ้นไปสูงมาก




อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ สำหรับการสู้รบในการประมูลครั้งนี้ คงต้องมาดูกันด้วยว่า แต่ละค่ายถือไพ่ อะไรอยู่ในมือแล้วบ้าง ค่ายที่มีไพ่ในมือดีกว่า ก็ย่อมเดินเกมได้ง่ายกว่า




ซึ่งถ้าดูตามตารางนี้ จะเห็นได้ชัดว่า AIS และ TRUE ที่ชนะการประมูลคลื่น 1800 MHz ไปเมื่อ 11-12พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้ 2 รายนี้ จะมีคลื่นที่ให้บริการ 4 G ไปอย่างน้อยอีก 15 ปี คือ ถึงปี 2576 แต่อย่างที่บอกไปแล้วว่า คุณสมบัติคลื่น 900 ต่างออกไป จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ทั้ง 2 รายนี้ ยังต้องการคลื่น 900 ถึงแม้ว่าจะมีราคาสูงก็ตาม แต่ที่น่าสนใจอีกประเด็น ก็คือ หากทั้ง 2 ราย ยังคงเดินหน้าประมูลราคาต่อไป .อาจจะทำให้เลยจุดสูงสุด ของราคาที่จะทำกำไรจากธุรกิจนี้ และส่งผลต่อการตัดสินใจของค่าย DTAC และแจส โมบาย


ส่วน DTAC จากของที่มีอยู่ในมือขณะนี้ แทบไม่มีทางเลือกที่จะต้องสู้อย่างหนัก หากยังต้องการอยู่ในธุรกิจนี้ต่อไป เพราะแม้จะมีคลื่น 1800 อยู่ในมืออยู่แล้ว แต่ก็สัมปทานถึงแค่เพียงปี 2561 หรือ อีกเพียง 3 ปีเท่านั้น


เมื่อความต้องการคลื่นของผู้ประกอบการแต่ละรายต่างกัน วิเคราะห์ว่า ผู้ที่ต้องการคลื่นมากที่สุดคือ JAS Mobile เพราะยังไม่มีคลื่นเป็นของตัวเองเลย อันดับสองคือ Ais เพราะมีคลื่นน้อยเพราะพึ่งหมดสัมปทาน Truemove มีคลื่นแล้วแต่ก็ยังต้องการเพื่อนำมาพัฒนาคลื่นโครงข่ายเพื่อต้องการเป็นผู้นำด้านโทรคมนาคม และ Dtac ที่จะหมดสัญญาสัมปทานคลื่น 1800 ในปี 2561 ซึ่งมีความจำเป็นต้องได้คลื่นนี้มาอยู่ในมือเช่นกัน



ในช่วงเคาะราคาเริ่มต้นการประมูล เป็นเพียงการเคาะราคาเพื่อดันราคา ให้เท่ากับการประมูล 1800 MHz เพราะหากต่ำกว่าราคาประมูลคลื่นครั้งที่แล้ว จะทำให้เกิดการเสียเปรียบในการประกอบกิจการของแต่ละค่าย


แต่เมื่อราคาแตะสูงกว่าคลื่น 1800 การเคาะต่อจากนี้เป็นเกมการแข่งขันในด้านธุรกิจแล้ว โดยราคาที่เคาะเกินมา เป็นจุดที่ผู้เคาะราคายอมเสี่ยงได้กำไรน้อยลง เพื่อดันราคาให้สู้ เพื่อผลักผู้ประมูลรายอื่นออกจากการตลาดและเข้ายากขึ้น หรือ สามารถเข้ามาได้แต่ลดขีดความสามารถในการแข่งขันของรายใหม่น้อยกว่ารายเดิม เพราะถ้าไม่ได้รับคลื่น จะทำให้กระทบต่อธุรกิจหลายด้าน เช่น โครงข่ายสัญญาณ และหุ้นในตลาดหลักทรัพย์


แต่การแข่งขันนี้ ย่อมมีจุดที่ต้องประเมินด้วยว่า คุ้มค่า หรือไม่ กสทช. เปิดเผยว่า สหภาพโทรคมนาคมนานาชาติ หรือ ITU เคยคำนวณราคาประมูลคลื่น 900 ของไทย โดยคิดจากขนาดประเทศ เศรษฐกิจ และรายได้ของประชากร ได้ตัวเลขมาว่า ราคาใบอนุญาต 4G ของไทย คลื่น 900 ไม่ควรเกินไปกว่า ใบละ 6 หมื่น 8 พันล้านบาท เพราะจะทำลายสถิติโลกของประเทศเยอรมัน และจะถึงจุดที่ผู้ประกอบการขาดทุน หมายความว่า "ภาระ" จะตกไปอยู่กับผู้บริโภคแทน


แม้จะเข้าใจกันว่า มีกติกาที่ระบุให้ค่าบริการ 4G ต้องถูกกว่า 3G แต่นั่นเป็นเพียงข้อที่กำหนดว่า ต้องมีอย่างน้อย 1 แพ็กเกจ ที่ถูกกว่า ไม่ได้หมายความว่า ทุกแพ็กเกจ จะถูกกว่า



หลักเกณฑ์การจ่ายเงินค่าประมูลต่างกัน คลื่น 1800 จ่ายงวด แรก 50% ของมูลค่าคลื่นทั้งหมดที่ประมูลได้ งวด 2 จ่าย 25% ของมูลค่าคลื่นที่เหลือ งวด 3 จ่าย 25% ของมูลค่าคลื่นที่เหลือ


แต่คลื่น 900 มีหลักเกณฑ์ที่ผ่อนปรนกว่านั้น มีการแบ่งจ่ายมากขึ้น งวดแรกให้จ่ายเพียง 16,080 ล้านบาท งวด 2 จ่าย 4,040 ล้านบาท งวด 3 จ่าย 4,040 ล้านบาท และเพิ่มงวดที่ 4 ให้จ่ายจำนวนมูลค่าคลื่นที่เหลือทั้งหมด หลักเกณฑ์แบบนี้ทำให้วิเคราะห์กันว่า เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้ประกอบการกล้าเพิ่มราคาประมูล เพราะมีเวลาสำหรับรอรายได้ที่จะเข้ามาหลังเปิดให้บริการ มาจ่ายค่าบริการ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ