​11 ปี 'สึนามิ' ฝันร้ายที่ไม่อาจลืม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แม้วันนี้จะผ่านมาแล้วถึง 11 ปี หลังคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่ม ชายฝั่งทะเลอันดามันของไทย ในช่วงเช้าวันที่ 26 ธ.ค. 2547 ความรุนแรงของเกลียวคลื่นได้กลืนกินชีวิตผู้คน และพัดพาทรัพย์สินเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ซึ่งมีชาวบ้านและนักท่องเที่ยว เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก



ภัยพิบัติทางธรรมชาติคลื่นยักษ์สึนามิ ถือเป็นหนึ่งในฝันร้ายที่คนไทยยากจะลืมเลือน เพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้น ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตกว่า 5,000 คน สูญหายอีกประมาณ 3,000 กว่าคน สิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือน โรงแรม ที่พัก และร้านค้า ตลอดจนระบบสาธารณูปโภค มูลค่าความเสียหายรวมกันนับพันล้านบาท


จากวันนั้นถึงวันนี้ แม้กาลเวลาล่วงเลยไปเป็นทศวรรษ แต่สำหรับ "ป้าศรี" เพ็ญศรี หีบทอง ชาวบ้านบ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ผู้สูญเสียครอบครัว ไปกับคลื่นยักษ์ที่ไร้ความปราณี เธอไม่อาจลบความทรงจำอันแสนโหดร้ายไปได้



เธอเล่าย้อนให้เราฟังว่า เช้าวันนั้นก่อนที่คลื่นยักษ์จะถาโถม เธอและครอบครัวเปิดร้านขายอาหารทะเลตามปกติ ความไม่รู้ในครั้งนั้น ทำให้เธอต้องสูญเสียมารดาและสามีไปกับกระแสน้ำ แต่หลังเหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติ เธอยืนหยัดขึ้นสู้อีกครั้ง แม้สภาพจิตใจจะบอบช้ำ และร่างกายได้รับบาดเจ็บจนต้องใช้ไม้เท้า ช่วยค้ำยันระหว่างทำอาหารขาย


"วันนี้ถ้าแผ่นดินไหวสัก 6-7 ริกเตอร์ ป้าก็ไม่อยู่แล้ว จะมีสัญญาณเตือนภัยหรือไม่ก็ตาม ถึงเวลานั้นทุกคนต้องไป ไม่มีใครมัวยืนรอหรอก แม้บ้านจะสูงเป็นสิบชั้นยี่สิบชั้น ก็คิดว่าไม่มีใครเสี่ยงรอดูแน่นอน"


ป้าศรี บอกกับเราว่า ถ้าถามว่าเข้มแข็งแล้วหรือยัง ก็ต้องตอบว่าวันนี้เข้มแข็งแล้ว แม้ลึกๆ สภาพจิตใจจะไม่เป็นเช่นนั้น แต่ถ้าไม่ลุกขึ้นยืนในวันนี้ อนาคตลูกหลานจะอยู่กันอย่างไร


บทเรียนในครั้งนั้น ทำให้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งวางมาตรการรับมือหากเกิดสึนามิขึ้นอีกครั้ง ทั้งการสร้างระบบเตือนภัย ซักซ้อมแผนหลบหนี และการสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชน เพราะความสูญเสียในครั้งนั้น ส่วนหนึ่งไม่อาจปฏิเสธว่า เกิดจากความไม่รู้ของคนไทย



ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ชี้ว่า การสร้างระบบเพื่อรองรับภัยสึนามิ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการพัฒนาระบบเตือนภัย ให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการเผยแพร่องค์ความรู้ ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในทะเล รวมไปถึงการเปิดโอกาสให้ชุมชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมจัดการพื้นที่ของตนเอง


"สำคัญที่สุดคือการสนับสนุนองค์ความรู้ให้กับชุมชน จะทำอย่างไรให้ชาวบ้านรู้ถึงวิธีการอพยพที่ถูกต้อง และการจัดเตรียมเสบียงในจุดอพยพให้พร้อม เพื่อรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน"


ส่วนประเด็นความพร้อมของประเทศไทย ในการรับมือภัยพิบัติสึนามิที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตนั้น ดร.เสรี บอกว่า ขณะนี้เรายังพร้อมไม่ถึง 100% เนื่องจากยังมีหลายส่วนที่ต้องปรับปรุง อย่างเช่นระบบเตือนภัยที่ต้องดูแลรักษาให้พร้อมใช้งาน หรือแม้กระทั่งในหออพยพเอง เมื่อขึ้นไปดูก็พบว่าไม่มีเสบียง เพราะประชาชนคิดว่าเอาไปไว้เดี๋ยวของก็เสีย แต่ในความเป็นจริงจะเกิดสึนามิเมื่อไหร่ ไม่มีใครรู้


ด้านหนึ่งไม่อาจปฏิเสธว่าคลื่นยักษ์สึนามิ ที่ซัดเข้าไทยในเช้าวันที่ 26 ธ.ค. 2547 สร้างความสูญเสียจนยากที่จะลืมเลือน แต่ขณะเดียวกันสิ่งที่ภัยพิบัติในครั้งนั้นเหลือทิ้งไว้ นอกจากความโคกเศร้าคือคำถามที่ว่า ประเทศไทยพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในอนาคตแล้วหรือยัง ?



Content : สุริยัน ปัญญาไว

Producer/Editing: บุญญานันท์ คำโพธิ์ทอง

PPTV Photo : ชาติกล้า สำเนียงแจ่ม

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ