บอลไทย ยุคซิโก้ เบอร์ 1 อาเซียน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

Big story ฟุตบอลไทย คือ ความสุข ที่น่าจะเห็นภาพชัดเจนเป็นรูปธรรมมากที่สุด ความสำเร็จต่อเนื่องมาจากปี 2013 หลังจากที่ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เข้ามาคุมทัพ…จากนั้นมา ทีมชาติไทยที่เคยตกต่ำ ค่อยๆกลับมาทวงแชมป์คืนจากทัวร์นาเมนต์ต่างๆ จนกลายเป็น เบอร์ 1 ของอาเซียน อย่างเต็มภาคภูมิในเวลานี้ ทั้งการคว้าแชมป์ ทั้งอันดับโลก

ความสำเร็จของบอลไทยก้าวแรกภายใต้การทำทัพของ "ซิโก้" คือการคว้าแชมป์ ซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งเป็นรายการแรก "ซิโก้" ได้รับมอบหมายให้เป็นกุนซือทีมชาติไทยอย่างเต็มตัว เป้าหมายเดียวคือเหรียญทองเท่านั้น เพราะก่อนหน้านั้นวงการฟุตบอลไทยตกต่ำเป็นอย่างมาก กลายเป็นทีมที่ตกรอบแรกถึง 2 ครั้งติดต่อกัน

ซีเกมส์ที่เมียนมาร์ ซิโก้ เลือกใช้บริการนักเตะดาวรุ่งทั้งทีม ทำให้ง่ายต่อการวางรากฐาน และปลูกฝั่งระบบการเล่นในแบบฉบับของ ซิโก้ ซึ่งนักเตะชุดนั้นก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวัง สามารถทวงแชมป์ซีเกมส์กลับมาได้สำเร็จ ซึ่งนักเตะเด่นๆชุดนั้นยังคงเป็นแกนหลักในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น นฤบดินทร์ วีรวัฒนโนดม, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และกวิน ธรรมสัจจานันท์

ความสำเร็จก้าวต่อมาของฟุตบอลไทยคือการคว้าอันดับ 4 เอเชี่ยนเกมส์ ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2014 ซึ่งในอดีตทีมฟุตบอลไทยเคยคว้าอันดับที่ 4 ของเอเชี่ยนเกมส์มาแล้ว 2 ครั้ง 2 ครั้ง เกิดขึ้นในปี 1998 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ แฟนบอลคงจำได้กับลูกยิงไกลใส่เกาหลีใต้ที่ราชมังคลากีฬาสถานของ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล จากนั้นถัดมาอีก 4 ปี ไทยเราก็สามารถคว้าอันดับที่ 4 ได้อีกครั้งคือปี 2002 ที่ประเทศจีน

12 ปีต่อมาทีมฟุตบอลไทย ภายใต้โค้ชที่เคยเป็นนักเตะในยุคนั้น "ซิโก้" ก็สามารถพาทีมของเขา กลับไปยืนบนแถวหน้าของทวีปได้อีกครั้ง ด้วยฟอร์มการเล่นที่สวยงาม และเป็นจุดเริ่มต้น ของกระแสความคลั่งบอลทีมชาติไทยที่ยังคงต่อเนื่องมาจนบัดนี้

ท่ามกลางความดีใจของแฟนบอลที่เห็นทีมฟุตบอลกลับมายิ่งใหญ่เหมือในอดีต แต่ว่า ซิโก้ กลับมองว่า เราเพิ่งกลับมายืนจุดเดิม ยังไม่เรียกว่าเดินไปข้างหน้า และกำชับนักเตะทุกคนให้มีสมาธิ อย่าหลงกับชื่อเสียง ซึ่งภารกิจต่อไปคือฟุตบอล "ซูซูกิคัพ 2014"

ฟุตบอล ซูซูกิคัพ 2014 ที่สิงคโปร์และมาเลเซียเป็นเจ้าภาพร่วมกัน เป็นทัวร์นาเมนต์แรกของซิโก้ กับทีมชาติไทยชุดใหญ่ และไม่ใช่ตัวเต็งอีกต่อไป หลังไม่เคยได้สัมผัสกับถ้วยแชมป์มานานถึง 12 ปี แต่ว่าลูกทีมของ ซิโก้ ซึ่งยังคงเป็นนักเตะผสมใช้ตัวหลักมาจากอินชอนเกมส์ และผสมผสานกับนักเตะตัวหลักจากหลายๆสโมสร ช่วยกันเล่น จนพาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ โดยเข้าไปพบกับ มาเลเซีย

นัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ถือว่าเป็นเกมที่กดดันนักเตะและแฟนบอลเป็นอย่างมาก เพราะต้องเล่นที่สนามบูกิตจาริล ของมาเลเซีย ต่อหน้าแฟนบอลกว่า 1 แสนคน แม้ว่าไทยจะชนะมาเลเซียมากห่อน 2-0 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน แต่นัดนี้ ไม่ง่าย

เข้าสู่ครึ่งหลัง ทีมไทย โดนนำไปถึง 3-0 ทำท่าจะพลาดแชมป์อีกครั้ง แต่นักเตะชุดนี้ ทลายภาพเก่าๆ ที่เคยเห็น นักฟุตบอลไทย ถอดใจ หมดแรงช่วงท้ายเกมบ่อยๆไปจนหมด พวกเขายังคง วิ่ง เดินหน้า บุก กดดัน จนสามารถยิงคืนได้ 2 ประตู และชนะตามกฎประตูทีมเยือน ประกาศตัวกลับมาเป็นราชาของอาเซียนได้อีกครั้ง

ไม่ใช่แค่แชมป์ แต่ทีมชุดนี้ มีสไตล์การต่อบอลที่สวยงาม ควบคุมอารมณ์ดีเยี่ยม เมื่อเจอคู่แข่งเล่นหนัก หรือยั่วโมโห ทำให้พวกเขา กลับมาครองใจแฟนบอลชาวไทยได้อย่างงดงาม วันที่ทีมฟุตบอลเดินทางกลับมีแฟนบอลหลายหมื่นคนมารอรับ พร้อมกับเสียงโห่ร้องแสดงความดีใจ มีขบวนแห่ถ้วยแชมป์จากสนามบินกลับไปยังสมาคมฟุตบอล ซึ่งตลอดสองข้างทางก็มีแฟนบอลมารอให้กำลังใจและถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

เข้าสู่ ปี 2015 ซีเกมส์ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ ทีมชาติไทยเดินทางไปทำการแข่งขันในฐานะแชมป์เก่า และครั้งนี้ เป็นเต็งหนึ่ง มีเพียงเป้าหมายเดียวคือ เหรียญทอง แม้จะดูว่าไม่ยาก แต่เป้าหมายนี้ ทำให้ทุกคนในทีม "กดดัน"

ภายใต้การนำของ โชคทวี พรหมรัตน์ หนึ่งในทีมงานของ ซิโก้ ก็ยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ดี สามารถคว้าแชมป์มาครองได้อีกครั้ง เป็นชัยชนะที่โค้ชโชคบอกว่า "ทลายความกดดันทั้งหมด เขาถึงกับทรุดตัวลง หลั่งน้ำตาลูกผู้ชาย ทันที่ที่เสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้นในนัดชิงชนะเลิศ

นักเตะชุดนี้เป็นสายเลือดใหม่ผสมกับนักเตะจากชุดแชมป์ที่เมียนมาร์ ทำให้การเล่นลื่นไหล เร้าใจแฟนบอล โดยลูกที่ประทับใจแฟนบอลคือการต่อบอล 22 ครั้ง ก่อนจะเป็น "เมสซี่เจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยิงในจังหวะสุดท้ายให้ทีมชาติไทย ถล่ม อินโดนีเซีย 5-0 ในรอบรองชนะเลิศ จนทำให้มีกระแสชื่นชมฟอร์มการเล่นที่เร้าใจ และอยากให้ทีมชาติไทยชุดใหญ่เล่นแบบนี้บ้าง

เช่นเดียวกับทุกชุดภายใต้การคุมทีมในยุค ซิโก้ นักเตะไทย ที่เคยถูกมองว่า มีพฤติกรรมไม่ดี เก็บอารรมณ์ไม่ได้ กลายร่างเป็นนักเตะที่มุ่งมั่นกับเกม ไม่สนใจเกมหนักของคู่แข่ง ไม่มีเรื่อง .. แม้ว่า จะโดนเข้าบอลหนักมากก็ตาม

หลังคว้าแชมป์ซีเกมส์ ทีมงานของ ซิโก้ ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องมีโปรแกรมลงเตะฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย ซึ่งอยู่ร่วมสายกับ อิรัก, เวียดนาม, ไต้หวัน

นักเตะแกนหลักอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, สารัช อยู่เย็น, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ธีรศิลป์ แดงดา, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ยังคงโชว์ฟอร์มการเล่นได้ดี ลงเตะ 5 นัด ชนะ 4เสมอ 1 ยังไม่แพ้ใครเลย มี 13 คะแนน นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มเอฟอยู่ขณะนี้ มีโอกาสเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายสูง โดยที่เหลือเกมเตะกับ อิรัก ในวันที่ 24 มี.ค. เพียงนัดเดียวก็จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นครั้งที่ 2 ที่เราจะได้เล่นฟุตบอลโลกรอบ 12 ทีมสุดท้าย หลังจากที่เคยทำได้เมื่อปี 2002

นอกเหนือไปจากผลการแข่งขันที่ดี ทีมชุดนี้ ยังคงรักษารูปแบบการเล่นที่สวยงาม การต่อบอลมากกว่า 20 ครั้ง จนนำไปสู่ประตูที่ 3 ในนัดที่ไปเยือนคู่รักคู่แค้นอย่างเวียดนาม ยังถูก "ฟีฟ่า" จัดให้เป็น 1ใน 10 ของประตูที่สวยงามที่สุดในโลกของฟุตบอล ปี 2015

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ