แต่ปี 2015 ที่ผ่านมา โลกได้ความรู้จักกับไอเอสมากขึ้น และต้องหวาดกลัวไอเอสมากขึ้น เพราะดูเหมือนว่าจะเป็นปีที่ไอเอสขยายขอบเขตปฏิบัติการก่อการร้ายออกไปนอกฐานที่มั่นของตนเองปีนี้ไอเอสออกมากล่าวอ้างว่าอยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรมหลายครั้งในหลายพื้นที่ เราจะไม่หวนกลับไปไล่เรียงว่าเหตุการณ์ต่างๆเหล่านั้นคืออะไรบ้าง วิเคราะห์ถึงเหตุปัจจัยตลอดจนคาดการณ์แนวโน้มและวิธีการรับมือจากนักวิชาการ
กันยายน 2015 มีชาติมหาอำนาจหลายชาติเข้าร่วมปฏิบัติการในซีเรียเพื่อปราบไอเอส โดยรัสเซีย เข้ามาหลังประธานาธิบดีซีเรียร้องขอ ทำให้รัสเซียเป็นประเทศเดียวที่เข้ามาในซีเรียอย่างถูกต้อง รัสเซียปฏิบัติการของตนเองโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐ และปฏิบัติการเป็นไปอย่างเข้มข้น ใช้ทั้งเครื่องบินทิ้งระเบิดและยิงขีปนาวุธจากเรือรบในทะเล ฝรั่งเศส เริ่มปฏิบัติการทางอากาศในซีเรียเดือนนี้เช่นกัน ก่อนจะเพิ่มความเข้มข้นหลังเหตุวินาศกรรมกรุงปารีสในวันที่ 13 พฤศจิกายน ออสเตรเลีย เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดในซีเรียช่วงเดือนนี้ด้วย
ธันวาคม 2015 สภาฯ อังกฤษผ่านญัตติปฏิบัติการทางอากาศในซีเรียเพิ่มเติมจากพื้นที่เดิมในอิรัก และให้หลังเพียงหนึ่งวัน สภาฯ เยอรมนีก็โหวตสนับสนุนให้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด เรือฟริเกต และทหาร 1,200 นายไปร่วมรบในซีเรีย
ฐานที่มั่นของไอเอสในอิรักและซีเรียนั้น เป็นพื้นที่ที่ไอเอสยังคงต้องต่อสู้เพื่อครอบครอง ทั้งกับกองทัพของรัฐบาล กลุ่มกบฏ และชนกลุ่มน้อยในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการผนึกกำลังโจมตีสนับสนุนจากประเทศอื่นๆในรูปแบบของการยิงขีปนาวุธและการทิ้งระเบิด แผนที่แสดงอาณาเขตในอิรักและซีเรียจะเปลี่ยนอยู่ตลอด ตามความเคลื่อนไหวของแต่ละกลุ่ม
ในภาพรวมของปี 2015 ไอเอสสูญเสียพื้นที่ยึดครอง 14% (ตามการวิเคราะห์ของ IHS บริษัทวิจัยเรื่องความมั่นคง)
- สูญเสียบางส่วนทางตอนเหนือของซีเรียที่มีพรมแดนติดกับตุรกี (ยังคงเหลือไว้บางส่วน ซึ่งสำคัญมากต่อการเดินทางมาร่วมรบของนักรบต่างชาติ และเป็นเส้นทางทำเงินของไอเอส)
- สูญเสียเส้นทางคมนาคมหลักระหว่างอิรักและซีเรีย ใกล้กับเมืองซินจาร์
- เสียเมืองสำคัญๆ อย่างเช่นล่าสุดคือเมืองรามาดีในอิรัก
แต่ขณะเดียวกันก็สามารถครอบครองอาณาเขตได้เพิ่มเติมในตอนใต้และตะวันตกของซีเรีย และรักษาเมืองสำคัญๆอย่างเมืองหลวง รัคคา และโมซุลไว้ได้
IS มาจาก คำว่า Islamic state หรือ รัฐอิสลาม นี่ถือเป็นชื่อที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อการขยายแนวความคิด หรือ อุดมการณ์ เพื่อสร้างแนวร่วมไปทั่วโลก และด้วยปัจจัยนี้ เมื่อประกอบกับปัจจัยอื่นๆ ทำให้วิเคราะห์กันว่า ปี 2016 นี้ ทั่วโลกจะยังคงตกอยู่ในบรรยากาศของการสู้รบ แต่เป็น "สงครามรูปแบบใหม่"
หลังจากชาติตะวันตกเพิ่มความเข้มข้นในปฏิบัติการณ์กวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลาง ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา แม้พื้นที่ที่อยู่ภายใต้การครอบครองของกลุ่มไอเอสจะหดตัวลง แต่มิติใหม่ของสงครามต่อต้านก่อการร้ายเพิ่งจะเริ่มเผยตัว นั่นคือการก่อการร้ายจากพลเรือนที่เห็นชอบกับอุดมการณ์ของกลุ่มก่อการร้าย นักวิชาการอิสระด้าน critical terrorism studies มองว่าในปี 2016 เหตุการณ์ก่อการร้ายยังไม่มีท่าทีที่จะลดปริมาณลง
สงครามต่อต้านก่อการร้ายนั่นไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่แนวทางปฏิบัติในการที่เคยทำๆ กันมาอาจจะไม่เพียงพอซะแล้ว สำหรับการต่อสู้ภัยก่อการร้ายรูปแบบใหม่นี้ นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง มองว่า สงครามรูปแบบใหม่นี้ ยากที่จะบอกได้ว่า ใคร จะลงมือก่อการร้าย เพราะจะมีผู้สนับสนุนอุดมการณ์ของไอเอสเกิดขึ้นใหม่ และไม่มีประวัติอาชญากร
ภัยจากผู้ก่อเหตุแบบ Lone Wolf เป็นความเสี่ยงจริง ที่แม้แต่ประเทศที่ประสบความสำเร็จจากการป้องกันภัยอย่างสหรัฐอเมริกาก็ต้องมีการเตรียมการรับมือใหม่
นายปณิธาน เผยว่าปี 2015 นับเป็นการขยายตัวของกิจกรรมก่อการร้ายมากที่สุดในรอบ 15 ปี – ผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายเพิ่มขึ้นกว่า 80% ปริมาณที่ไม่มีท่าทีจะลดลงนี้ และข้อเท็จจริงที่ว่ามีการก่อเหตุในประเทศที่เชื่อกันมาตลอดว่าปลอดภัย ทำให้ไม่มีใครสามารถรับประกันได้อีกต่อไป ว่าจะไม่มีการก่อการร้ายขึ้นในประเทศ
นายปณิธานวิเคราะห์ด้วยว่า ในแต่ละกลุ่มประเทศ มีปัจจัยที่ทำให้กลุ่มก่อการร้ายขยายตัวแตกต่างกัน แต่ไม่เว้น "ประเทศที่พัฒนาแล้ว" ซึ่งมีปัจจัยจากอัตราการว่างงาน ยาเสพติด การอพยพ และที่น่าสนใจคือ ปัจจัยที่มาจากเสรีภาพของประชาชน ทั้งเสรีภาพสื่อและความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งนายปณิธาน มองว่า เป็นจุดอ่อนเช่นกัน
อีกทฤษฎีหนึ่ง นายกฤดิกร วงศ์สว่างพานิช เชื่อว่าไอเอส เป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับฝ่ายขวา รึที่เรียกว่าสายเหยี่ยว ต้องจับตามองว่าแนวคิดฝ่ายนี้จะเสียงดังขึ้นมาในปี 2016 มากแค่ไหน