ระเบิดไฮโดรเจน เป็นอย่างไร อานุภาพ เป็นอย่างไร เรามีคำตอบ
ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือเคยทดสอบ "ระเบิดนิวเคลียร์" มาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ปรากฎเป็นข่าวว่าสำเร็จเลยสักครั้ง ทำให้ครั้งที่ 4 เป็นที่จับตามองจากทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศใกล้เคียง เพราะออกประกาศเป็นทางการจากสื่อรัฐบาลเกาหลีเหนือ พวกเขาเป็นเจ้าของผลงานที่สร้างแรงสั่นทะเทือน เทียบเท่าแผ่นดินไหว ขนาด 5.1 โดยใช้ระเบิดที่เรียกว่า "ระเบิดไฮโดรเจน"
PPTV พูดคุยกับ รองศาสตราจารย์วีรชัย พุทธวงศ์ ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ข้อมูลว่า "ระเบิดไฮโดรเจน" ทางวิชาการจะเรียกว่า ระเบิดแบบฟิวชั่น มีรูปแบบการทำลายล้างคล้ายระเบิดนิวเคลียร์เกือบทุกอย่าง แต่การทำนิวเคลียร์แบบสมบูรณ์ได้ ต้องมี "ยูเรเนียม หรือ พลูโตเนียม" เป็นส่วนประกอบเป็นจำนวนมาก ซึ่งเกาหลีเหนือ มีไม่มากนัก รองศาสตราจารย์วีรชัย จึงมองว่า อาจเป็นสาเหตุที่ตั้งสมมติฐานกันว่า เกาหลีเหนือ จะทำระเบิดไฮโดรเจน และสมมติฐานนี้ มาจากการที่ เกาหลีเหนือ ถอนตัวออกจากอนุสัญญาฉบับหนึ่ง ที่ห้ามทำระเบิดไฮโดรเจน จากที่ก่อนหน้านั้น เกาหลีเหนือ ในฐานะประเทศที่ยากจน ต้องยอมเวทีโลก จนตกลงเป็นประเทศที่ห้ามพัฒนานิวเคลียร์
ระเบิดไฮโดรเจนมีการทำงาน 2 ส่วน ขั้นแรก ยูเรเนียมหรือพลูโตเนียม จะเป็นตัวทำความร้อนให้อุณหภูมิสูงขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดระเบิด ทางวิชาการเรียกว่าฟิสชั่น (Fission) เมื่อมีการกระตุ้นให้เกิดความร้อนจนมีอุณหภูมิสูงสุด ตัวยูเรเนียมหรือพลูโตเนียม ก็จะแตกตัวและดันลงไปสู่ด้านล่างที่ ทำปฏิกริยาขั้นที่ 2 ซึ่งในชั้นล่างมี "ไฮโดรเจน"จำนวนมากรออยู่ จนทำให้เกิดการระเบิด ส่วนนี้ทางวิชาการเรียกว่า ฟิวชั่น (Fusion)
ฟิวชั่น คือ การดูดความร้อนมารวมตัวกันที่จุดศูนย์กลาง และแผ่กระจายพลังงานออกไป เหมือน "พระอาทิตย์"
*** แต่ถึงแม้ จะอธิบายแล้วดูไม่ยาก แท้จริงแล้ว เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นได้ยาก ต้องมีความเชี่ยวชาญสูง และอันตรายอย่างมาก
5 ขั้นตอนนี้ คือ ขั้นตอนที่นักเคมี อธิบายวิธีการทำปฏิกริยาของระเบิดไฮโดรเจน
ภาพ A คือ ตัวระเบิดแบบปกติ
ภาพ B คือ การสะสมความร้อนในส่วนบน ของ ยูเรเนียม และ พลูโตเนียม
ภาพ C คือ กระบวนการฟิชชั่น (แตกตัว) ทำให้ความร้อนที่สะสม เริ่มดันลงมาสู่ชั้นของไฮโดรเจน
ภาพ D คือ ส่วนบน ยูเรเนียมและพลูโตเนียม แตกตัวเต็มที่ (ฟิชชั่น) ... ความร้อนกระจายมาสู่ชั้นพลูโตเนี่ยม
ภาพ E คือ พลูโตเนี่ยม และยูเรเนี่ยม ทำกระบวนการรวมตัว(ฟิวชั่น)กับไฮโดรเจน จนเกิดแรงระเบิด เป็น ระเบิดไฮโดรเจน
รองศาสตราจารย์วีรชัย ชี้ชัดว่า ระเบิดไฮโดรเจน สามารถมีอานุภาพทำลายล้างเทียบเท่ากับ ระเบิดนิวเคลียร์ โดยใช้ ยูเรเนียม กับ พลูโตเนียมในปริมาณที่น้อยกว่ามาก แต่ถ้ามองในแง่ ความอันตราย หรือ ผลที่ตามมา จะไม่ร้ายแรงเท่านิวเคลียร์ เพราะใช้สารตั้งต้น ยูเรเนียม พลูโตเนียมน้อย จึงเกิดกัมมันตภาพรังสีน้อย
ระเบิดนิวเคลียร์
หลังรู้จักกับระเบิด ไฮโดรเจน หรือ H-Bomp ไปแล้ว เราลองมาทำความเข้าใจของระเบิดนิวเคลียร์กันบ้าง ดูจากภาพนี้คือรูปร่างของระเบิดนิวเคลียร์ ภายในบรรจุ ยูเรเนียม และพลูโตเนียมจำนวนมาก ทำให้มีสารกัมมันตภาพรังสีจำนวนมากตามไปด้วย เมื่อระเบิดจึงมีอานุภาพร้ายแรง คงอยู่ยาวนาน จึงนับเป็นอาวุธที่ทั้งคร่าชีวิตได้จากการระเบิด และจากสารกัมมันตภาพรังสีตกค้าง ที่จะคงอยู่หลายสิบปี เช่นถ้าเกิดระเบิดในระยะ 10 กิโลเมตร สารกัมมันตภาพรังสีจะฟุ้งกระจายเพิ่ม 1-2 เท่า ทำให้คนที่อยู่ในพื้นที่ และ บริเวณใกล้เคียง อาจเสียชีวิตทันที เปรียบเทียบง่ายๆเหมือน เราทำไข่ไก่หล่นแตก หรือ ป๊อปคอร์นระเบิดในเครื่องอบ
การเปรียบเทียบระเบิดนิวเคลียร์ กับ ระเบิดไฮโดรเจน ต้องมองแบบนี้
ถ้าใช้ปริมาณ พลูโตเนียม หรือ ยูเรเนียม เท่ากัน ระเบิดไฮโดรเจน จะส่งผลร้ายแรงกว่าระเบิดนิวเคลียร์มาก เพราะมีกระบวนการระเบิด 1 ขั้นตอน ทั้งการแตกตัวของสารตั้งต้น จนไปรวมตัวเป็นจุดความร้อนก่อนแผ่กระจายออกมาเหมืองดวงอาทิตย์แผ่ความร้อน ขณะที่นิวเคลียร์ มีกระบวนการแตกตัวเพียงขั้นตอนเดียว
แต่ถ้ามองจากบริบทของเกาหลีเหนือ นักวิชาการ มองจากสมมติฐานว่า พวกเขา ขาดแคลนยูเรเนียมและพลูโตเนียม เพราะเป็นประเทศที่ห้ามนำเข้าสารสองตัวนี้ การขนส่งสารเหล่านี้ ก็โดนสกัดกั้นอย่างเข้มข้นจากนานาชาติ จึงต้องใช้เพียงเท่าที่มีอยู่ในประเทศเท่านั้น ดังนั้น จึงคาดว่า หากทำระเบิดไฮโดนเจน จะใช้ยูเรเนียมและพลูโตเนียม เป็นแค่หัวเชื้อเท่านั้น ผลที่ได้ จึงเป็นแค่แรงระเบิด แรงสั่นสะเทือน แต่ไม่มีสารตกค้างยาวนานและส่งผลรุนแรงเหมือนนิวเคลียร์