รายชื่อผู้สนับสนุนสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2555 (บางส่วน)
2555-2556 บริษัท ไทยเบฟเวอเรฟ จำกัดมหาชน 60 ล้านบาท
2555-2556 บริษัท อีซี่ บาย จำกัด (มหาชน) สนับสนุน 44 ล้านบาท
2555-2558 บริษัท แกรนด์สปอร์ตกรุ๊ป จำกัด สนับสนุนเสื้อทีมชาติ 96 ล้านบาท
2558-2565 บริษัท ไทยเบฟเวอเรฟ จำกัดมหาชน สนับสนุน 400 ล้านบาท
การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) 100 ล้านบาท/ปี
รับเงิน สนับสนุนจาก FIFA ขั้นต่ำ 7.5 ล้านบาท/ปี
รวม 1,307.5 ล้านบาท
ซึ่งสมาคมฟุตบอลฯ ก็มีการนำงบประมาณต่างๆ ที่ได้รับ ไปจัดสรรดำเนินการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน ข,ค,ง รวมถึง การสนับสนุนทีมชาติไทย ชุดต่างๆ รวมถึง สนับสนุนผู้ตัดสิน ที่ทำหน้าที่
นอกจากส่วนของสมาคมฟุตบอลฯ แล้ว ปัจจบัน การแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ทั้ง ไทยพรีเมียร์ลีก,ดิวิชั่น 1
สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้จัดตั้ง นิติบุคคล อย่าง บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด เป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน จนได้รับกระแสความนิยมมากมายในปัจจุบัน ซึ่งก็สร้างรายได้อย่างมหาศาล
ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2554-2563
ปี 2554-2556 บริษัททรูวิชั่นส์ รวม 600 ล้านบาท (ปีละ 200 ล้านบาท)
ปี 2557-2559 บริษัททรูวิชั่นส์ รวม 1,800 ล้านบาท (ปีละ 600 ล้านบาท)
ปี 2560-2563 บริษัททรูวิชั่นส์ รวม 4,200 ล้านบาท (ปีละ 1,050 ล้านบาท)
รวม 6600 ล้านบาท ที่มา: http://thaipublica.org
ซึ่งที่ผ่านมา ทางทีพีแอล ก็มีการจัดสรรแก่บรรดาสโมสรสมาชิก ไทยพรีเมียร์ลีก และ ดิวิชั่น เพิ่มขึ้นทุกปี ตามสัดส่วน
แต่ทว่า ประชากรบอลไทย หรือคนในวงการลูกหนังไทย ตั้งข้อสงสัยว่า งบประมาณมหาศาล ขนาดนี้ ต้องมีการใช้จ่ายที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ จนเป็นเหตุให้การยื่นเรื่องให้หน่วยงานต่างๆ เข้าตรวจสอบ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ส่งหนังสือเชิญ อธิบดีกรมสรรพากร (นายประสงค์ พูนธเนศ) เรื่องขอเชิญเข้าประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนการขอให้ตรวจสบข้อเท็จจริง เรื่องรายได้และการเสียภาษีของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กลุ่มบุคคล และกลุ่มนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในวันอังคารที่ 19 ม.ค. 2559 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 115 ชั้น 1 อาคารรัฐสภา 2
แน่นอนว่า ประชากรบอลไทย ทั้งประเทศ จับตาการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ว่าใครจะได้เป็นประมุขลูกหนังคนไทยคนใหม่ 72 เสียง ผู้มีสิทธิ จะเป็นผู้กำหนดชะตาของวงการฟุตบอลไทย ไปอีก 4 ปี
ขณะที่ ตัวแทนจากฟีฟ่า และเอเอฟซี เห็นด้วยกับคณะกรรมการกลาง โดยให้มีการโหวตเลือก 30 เสียงจากลีกภูมิภาคใหม่ ภายในวันที่ 22 ม.ค.นี้
เมื่อช่วงบ่าย ที่ผ่านมา "นิโคลา ลูก้า" ผู้จัดการฝ่ายกิจการสมาคมฟุตบอลของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า และ "ปูรูชอตตัม แคทเติล" เจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานนานาชาติ สหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซี เดินทางมาประชุมร่วมกับ "เสธ.โต" พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ประธานคณะกรรมการกลาง ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติการกีฬาแห่งประเทศไทย กรณีจัดการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย วาระใหม่ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 ก.พ.59
ภายหลังการประชุม พล.ร.อ.สุรวุฒิ ได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญ กรณีการเลือกตัวแทนโหวต 30 เสียง จากลีก ภูมิภาค ว่าได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อย โดยตัวแทนจาก ฟีฟา และ เอเอฟซี เห็นด้วยที่จะให้มีการคัดเลือกใหม่ ในวันที่ 22 ม.ค.นี้ ซึ่งทางคณะกรรมการฯจะส่งหนังสือเชิญสโมสรสมาชิกทั้ง 82 ทีมเองในวันที่ 8 มกราคม
นอกจากนี้ "เสธ.โต" ยังบอกอีกว่า ฟีฟ่า ยืนยันว่าสถานะของคณะกรรมการกลางเทียบเท่ากับนายกสมาคมฟุตบอล ดังนั้นหากสมาคมฟุตบอลไม่ทำตาม คณะกรรมการกลางมีสิทธิ์ที่จะเพิกถอนบุคลดังกล่าวได้ตามอำนาจตามข้อบังคับสมาคมฟุตบอลปี 2558 ข้อ 35