รองศาสตราจารย์ เภสัชกรสุพล ลิมวัฒนานนท์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการสำรวจความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนไทย เมื่อเดือนเมษายน 2558 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าเมื่อเปรียบเทียบการใช้บริการระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าระหว่างกลุ่ม 20% แรกระหว่างกลุ่มคนรวยกับกลุ่มคนจน ในส่วนบริการผู้ป่วยนอก ในภาพรวมการใช้บริการในสถานบริการภาครัฐ ยังมีลักษณะกระจุกตัวที่คนจนมากกว่าคนรวย โดยเฉพาะระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ คือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และโรงพยาบาลชุมชน (รพช.)
ยกเว้นสถานบริการขนาดใหญ่อย่างโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) และโรงเรียนแพทย์ ที่การใช้บริการผู้ป่วยนอกจะกระจุกที่คนรวยมากกว่า จากข้อค้นพบดังกล่าวจึงสรุปได้ว่าในระดับประเทศนั้น ทั้งคนรวยและคนจนใช้บริการสุขภาพในภาครัฐเป็นหลัก โดยแบ่งเป็นผู้ป่วยใน 4.4% และผู้ป่วยนอก 9.4%
ทั้งนี้ สาเหตุที่คนรวยในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยในใช้สิทธิ 30 บาท มากกว่าคนจน เนื่องจากการรับบริการผู้ป่วยนอก จะเน้นที่ความสะดวกของการเดินทางเป็นสำคัญ และคนจนส่วนใหญ่จะอยู่นอกเขตเมือง จึงเลือกรับบริการใกล้บ้าน ขณะที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมือง ทำให้คนเมืองเข้ารับบริการในโรงพยาบาลใหญ่มากกว่า