หลังกลุ่มไอเอสก่อเหตุระเบิดโจมตีย่านใจกลางกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากวานนี้ (14 ม.ค.59) นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เปิดเผยถึงสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศไทย ว่า พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะตำรวจตรวจคนเข้าเมือง คัดกรองบุคคลเข้าออกประเทศอย่างเข้มงวด โดยในส่วนของไทยได้มีการเฝ้าระวังอยู่แล้วจึงไม่น่ากังวล เพราะมีการแจ้งเตือนและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับอีกหลายประเทศในกลุ่มอาเซียนมาโดยตลอด ทั้งนี้มองว่ากลุ่มที่ก่อเหตุอาจจะเป็นกลุ่มใหม่ที่ทางการอินโดนีเซียไม่ได้กวาดล้าง เพราะมีศักยภาพไม่มากเมื่อเทียบกับอีกหลายเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น
ด้าน พลเอก ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า กลุ่มไอเอส ต้องการขยายอิทธิพลเข้ามาสู่ภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจากการหารือกับหน่วยงานความมั่นคงของอินโดนีเซียมีความเป็นไปได้ว่าจะมีกลุ่มมูจาฮีดีนเข้าร่วมด้วย พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่พบการข่าวผิดปกติแต่อย่างใด
ขณะที่ พลตำรวจโท ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้สั่งกำชับให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราสถานที่และบุคคลสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นานาชาติหลังมีเหตุวินาศกรรมเกิดขึ้น แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่ใช่ประเทศเป้าหมายก็ตาม
ส่วนที่บริเวณด่านพรมแดนแม่สาย จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย ได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบบุคคลเข้าออก โดยมีการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระรวมทั้งรถยนต์อย่างละเอียด โดยเฉพาะหนังสือเดินทางของผู้ที่เดินทางเข้าออกด่านพรมแดน เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ก่อการร้ายเข้าแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุความไม่สงบภายในประเทศไทย