ที่มาของการถูกจับของนายประธานสโมสรเพื่อนตำรวจ เกิดจากประเด็นการกู้เงินจากคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ สกสค. เป็นเงินรวม 3 พันล้านบาท ซึ่งมีที่มาน่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้เงิน ซึ่งตรวจสอบพบว่า เป็นเอกสารปลอม
เริ่มดูจาก ข้อมูล ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ป.ป.ง. พบว่า อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ สกสค. และ กรรมการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนสมาชิกคุรุสภา หรือ ช.พ.ค. นำเงินของ ช.พ.ค. ให้บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด กู้ยืมเงินผ่านการซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน 3 ครั้ง โดยได้รับค่าตอบแทน 7 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นว่า ครั้งแรก คืนเงินไปแล้ว ส่วนอีก 2 ครั้ง รวม 2500 ล้านบาท ยังไม่คืน ซึ่งคดีนี้ ป.ป.ง.สั่งยึดทรัพย์ ผู้บริหาร สกสค.รวม 183 ล้านบาทด้วย
ประเด็นที่ใช้เป็นข้ออ้างในการไม่คืนเงิน บ.บิลเลี่ยน อ้างว่า เป็นเพราะถูกคำสั่งคสช. ห้ามทำนิติกรรมร่วมกับ สกสค. ซึ่งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการ สกสค. โต้แย้งว่า คำสั่ง คสช.ไม่เกี่ยวกับการชำระหนี้
การกู้เงิน 3 ครั้งนี้ มีรายละเอียดที่น่าสนใจอะไรบ้าง มาดูความเชื่อมโยงกันว่า สัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษฎา เข้ามาบริหารสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ ได้อย่างไร
ก่อนเข้าสู่ไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2557 มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสโมสร เพื่อนตำรวจ เมื่อผู้สนับสนุนหลัก ถอนตัวออกไป ทำให้ บ.บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป เข้ามาซื้อทีม โดยแสดงตัวว่ามีเงินมาก ในช่วงแรก สามารถจ่ายเงินเดือนนักฟุตบอลเป็นเงินสดด้วยซ้ำ แหล่งข่าวบอกว่า เงินส่วนนี้ เป็นเงินที่ได้จากการกู้ สกสค.รอบที่ 2 โดยการกู้รอบที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อ ธันวาคม ปี 2556 และการซื้อสโมสรเพื่อตำรวจ เกิดขึ้นเมื่อ ต้นปี 2557
นอกจาก บ.บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป นายสัมฤทธิ์ ยังเป็นเจ้าของ บ.สัญญาประกันภัย ทีมข่าวตรวจสอบพบว่า "สัญญาประกันภัย" เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2556 โดยไปเทคโอเวอร์ พระนครธนบุรีประกันภัย ที่มีลูกค้าน้อยมาก และถือหุ้น 78% ซึ่งสัญญาประกันภัย ก็ยังไม่พบว่าเป็นธุรกิจที่จะทำให้เจ้าของร่ำรวย และเมื่อ 1 กันยายน 2558 นี่เอง ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ออกคำสั่งห้าม "สัญญาประกันภัย" ขยายธุรกิจ ห้ามรับลูกค้าเพิ่ม เพราะมีลักษณะต้องห้าม โดยก่อนหน้านี้ สัญญาประกันภัย ถูก ป.ป.ง.สั่งอายัดทรัพย์ ทำให้ไม่สามารถนำเงินออกมาได้ด้วย เป็นช่วงเวลาที่สอดคล้องกัน กับที่นักฟุตบอลของสโมสรเพื่อนตำรวจ ไม่ได้รับเงินเดือน ถึงเวลานี้ รวม 6 เดือนแล้ว
ข้อหนึ่งของการอ้างเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการกู้ คือ หุ้นสโมสรเรดดิ้ง 50 ล้านหุ้น ... ข้อมูลที่เรามาให้ดูนี้ คือข่าวจากฝั่งอังกฤษ ที่สโมสรเรดดิ้งเอง ออกมาปฏิเสธว่า นายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษฎา ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นของสโมสร (มีคนชื่อสัมฤทธิ์ มีคนไทย ถือหุ้น แต่เป็นคนละคน) และไม่มีหุ้นแม่แต่หุ้นเดียว ดังนั้น ทำไม บ.บิลเลี่ยน จึงอ้างใช้หุ้น 50 ล้านหุ้นของเรดดิ้ง เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
และนี่เป็นรายการทรัพย์สินทั้งหมดที่ถูก ป.ป.ง.สั่งอายัดทรัพย์ ซึ่งรวมทั้ง ที่เกี่ยวข้องกับ สัญญาประกันภัย และสโมสร "เพื่อนตำรวจ" ซึ่งประเด็นนี้ ทำให้มีผลกระทบไปถึง ช่วงจะเปิดฤดูกาลใหม่ของ ไทยพรีเมียร์ลีกด้วย เพราะหากเพื่อนตำรวจหายไป อาจต้องปรับจำนวนทีมกันอีกครั้ง