แม้ดูตามกระบวนการจะเป็นร่างกฎหมายที่ไม่น่าจะมีปัญหาในขั้นตอนของการพิจารณา แต่หากจับจากสัญญาณที่ คนร. แถลงข่าว เมื่อวานนี้ ก็นับว่ายังมีความกังวลต่อแรงงานจากภายนอกที่อาจเกิดขึ้น ทำให้มีความพยายามอย่างมากในการอธิบายว่า การจัดตั้ง "บรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ" ไม่ใช่การแปรูปรัฐวิสาหกิจซ่อนรูปอย่างแน่นอน
หากดูจากเนื้อหาในร่างกฎหมายที่กำหนดให้ "บรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ" หรือ ซุปเปอร์โฮลดิ้ง เข้ามีบทบาทถือหุ้นในรัฐวิสาหกิจ 12 แห่ง แทนกระทรวงการคลัง หรืออีกความหมายหนึ่ง คือ การให้กระทรวงการคลังโอนหุ้นในส่วนของรัฐวิสาหกิจ 12 แห่ง ให้กับ บรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ ซึ่งประกอบไปด้วย ปตท. , การบินไทย, ท่าอากาศยานไทย, อสมท, ธนาคารกรุงไทย, ทีโอที ,กสท.โทรคมนาคม, ขนส่ง จำกัด,ไปรษณีย์ไทย,ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์,อู่กรุงเทพ จำกัด และสหโรงแรมไทยและการท่องเที่ยว แต่ในหลักการความหมายก็ไม่ได้เปลี่ยนไป เพราะโครงสร้างของซุปเปอร์โฮลดิ้ง มีกระทรวงการคลังถือหุ้น 100 เปอร์เซนต์แต่เพียงผู้เดียว จึงไม่มีโอกาสรัฐวิสาหกิจเหล่านี้จะเปลี่ยนสถานะ เพราะเป้าหมายหลักคือการให้ซุปเปอร์โฮลดิ้งเข้ามากำกับดูแลทิศทางของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ
นอกจากนั้นเนื้อหาร่างกฎหมายฉบับที่ คนร.เห็นชอบเมื่อวานนี้ ก็ไม่ใช่ร่างที่มีเนื้อหาเดียวกับที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศแสดงความกังวลไว้ก่อนหน้านี้ทั้งหมด เพราะมีการปรับปรุงในบางส่วน โดยเฉพาะเนื้อหาที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจแสงดความกังวล อย่างเช่นส่วนที่ 2 คือ การรับโอนหุ้นของรัฐวิสาหกิจ ระหว่าง มาตรา 49 ถึง มาตรา 52 ที่ฉบับก่อนหน้านี้ระบุว่าเนื้อหาไว้ว่า ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสัดส่วนหุ้นของหน่วยรัฐวิสาหกิจจนทำให้เปลี่ยนสถานะตามกฎหมาย เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ก็ได้มีการตัดถ้อยคำประโยคนี้ออกคือ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี นั่นหมายความ คณะรัฐมนตรีก็จะไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนสถานะของหน่วยงานเหล่านี้ ผ่านสัดส่วนการถือหุ้น
ที่สำคัญเนื้อหาของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือ ฉบับที่ปรับปรุงเมื่อวันที่ 13 มกราคม และผ่านความเห็นชอบของ คนร. เมื่อวานนี้ มีเนื้อหาในส่วนของเหตุผลที่ระบุไว้ชัดเจนถึงเป้าหมายการจัดตั้งบรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ ที่ไม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่จำเป็นต้องคงสถานนะ ความเป็นรัฐวิสาหกิจของหน่วยงานภายใต้กำกับไว้
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเตรียมการจัดตั้งบรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ จึงพยายามเน้นย้ำและทำความเข้าใจ ถึงขั้นการันตีว่า การเกิดขึ้นของซุปเปอร์โฮลดิ้ง หรือ บรรษัทรัฐวิสาหกิจ คือ ความตั้งใจในการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจของไทย ไม่ใช่การแปรรูป