หินยักษ์ทับ “เลราไวย์”


โดย PPTV Online

เผยแพร่




Big story มีความเคลื่อนไหวตอบโต้ทันที สำหรับกลุ่มชาวเล ที่หาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต หลังมีเหตุกระทบกระทบกระทั่งกับกลุ่มชายฉกรรจ์ ที่เข้ามาปิดถนนบริเวณริมหาดราไวย์ เพื่อไม้ให้ชาวบ้านผ่านไปยังที่ของเอกชนได้เมื่อวานนี้ ทำให้วันนี้ กลุ่มชาวเล นำ “กระดูกบรรพบุรุษ” ออกมาแสดงเป็นหลักฐานว่าพวกเค้าอยู่ในพื้นที่นี้มาก่อนที่จะออกเอกสารสิทธ์ให้เอกชน

 

 

 

ภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาพิพาทที่ดินที่ยืดเยื้อยาวนาน และทำให้เกิดคำถามตามมาว่า ความขัดแย้งในพื้นที่เป็นอย่างไร จึงนำไปสู่ความรุนแรงเช่นนี้ เราจะพาคุณผู้ชมไปที่หาดราไวย์ ย้อนกลับไป โดยตั้งต้นจากวันที่ออกเอกสารสิทธิ์ครั้งแรก สค.1 เมื่อปี พ.ศ.2497

 

 

ก่อนจะย้อนกลับไป เพื่อความเข้าใจ เรามาดูแผนที่ปัจจุบันกันก่อน จุดที่น่าสนใจ คือ เส้นสีแดง และ วงกลมสีแดง คือจุดและถนน ที่เกิดการเผชิญหน้ากันขึ้นเมื่อวานนี้ เป็นจุดที่กลุ่มชายฉกรรจ์พยายามเข้ามาปิดกั้นเส้นทางของชาวเลราไวย์ โดยกลุ่มชาวเลก็ยืนยันว่า ถนนเส้นนี้ เป็นถนนสาธารณะที่มีมานานแล้ว แม่จะเป็นทางผ่านไปยังที่มีเอกสารสิทธิ์ ก็ปิดกั้นไม่ได้

มาดูที่เส้นสีฟ้า คือ จุดที่เป็นจุดจอดเรือ ศาลาสำหรับพักดูเรือประมงของชาวบ้าน และเป็นที่สำรับเอาปลาขึ้นที่หน้าชายหาด เมื่อปิดเส่นทางที่สีแดง ชาวบ้านก็มาที่นี่ไม่ได้

 

สีน้ำเงิน ก็คือจุดที่ชาวเลใช้เป็นพื้นที่ประกอบพิธีตามความเชื่อ ที่เรียกตามภาษาถิ่นว่า “บาลัย” จุดนี้ ก็จะไปไม่ได้เช่นกัน

 

ส่วนสีส้ม ที่คือของเอกชนที่อ้างว่ามีโฉนด  และสีเหลือง คือ ที่ดินพิพาท ที่ชาวเลอาศัยอยู่กว่า 2000 คน ที่จุดนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิ์ ซึ่งชาวเลยืนยันว่า อยู่มาก่อนมีเอกสารสิทธิ์

 

 

 

 

 

 

กลับมาเริ่มจากปี 2497 เพราะเป็นปีที่มีเอกสารสิทธิ์ของผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้ครอบครองที่ดินแปลงนี้ เราใช้หลักการเดียวกับการพิสูจน์สิทธิทั่วไป คือการเปรียบเทียบการอยู่อาศัยจากภาพถ่ายทางอากาศ ภาพเหล่านี้ ทีมข่าว PPTV ได้มาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นภาพที่ผ่านการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญในการอ่านภาพถ่ายทางอากาศมาแล้วทั้งสิ้น

 

เมื่อหลักฐานที่ปรากฏ คือ สค.1 ออกในปี 2497 เราจึงต้องย้อนไปดูภาพที่เก่ากว่านั้น วิธีดูคือ ก่อนปี 2497 มีชุมชนอยู่มาก่อนหรือไม่ มาดูที่ภาพถ่าย ปี 2493 เป็นภาพเดียวที่บันทึกไว้ก่อนปี 2497 ภาพนี้ เราอาจจะมองไม่ออก แต่เมื่อผ่านการวิเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ในพื้นที่ด้านซ้ายล่างของจอ คือกลุ่มของต้นมะพร้าวสูง ซึ่งเป็นแถว เป็นแนว หมายความว่า ถูกปลูกโดยมนุษย์ ไม่ใช่ป่า และในระหว่างแนวต้นมะพร้าว มีร่องรอยการอาศัยอยู่ของชุมชนมาก่อนแล้ว หลังคาเหล่านี้เห็นชัดขึ้นในภาพถ่ายปี 2519

 

ส่วนแผนที่อีก 3 แผ่น คือ ปี 2510 / 2519 และ 2553 ให้เห็นว่า สภาพพื้นที่ไม่ได้เปลี่ยนไปมาก มีถนนสาธารณะล้อมรอบมานานแล้ว มีพื้นที่โล่งตรงกลางเป็นแปลงนาข้าว

 

 

ที่นี้มาดูรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งกรมสอบสวนคดพิเศษ แยกแยะว่า จะเห็นว่า มีจุดสำคัญ 2 จุด คือ ถนนสาธารณะ ที่พบว่า มีมานานแล้วในภาพถ่ายทุกปี และในพื้นที่สีเขียว คือ “แปลงนา” ซึ่งพบว่ามี แต่ไม่มีหลักฐานว่าเป็นของใคร จนกระทั่งชาวเลราไวย์ นำหลักฐานเป็นอุปกรณ์ตำข้าวแบบโบราณ ครก สาก และยังกริชโบราณ มาแสดง เพื่ออ้างสิทธิ์ว่า บรรพบุรุษของพวกเขา อยู่ที่มาก่อน

 

 

หลักฐานสำคัญที่สุด ก็คือ “ความมีตัวตน” ของชาวเลราไวย์ที่นี่  แม้จะมีภาพถ่ายทางอากาศที่อ่านได้ว่า มีคนอยู่มาก่อนมีเอกสารสิทธิ์ แต่ไม่มีน้ำหนักเท่าหลักฐานนี้

ที่เห็นในภาพ คือ โครงกระดูกมนุษย์ ที่ชาวเลราไวย์ ชี้จุดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขุดขึ้นมาพิสูจน์ว่า เป็นบรรพบุรุษขอพวกเขา ที่อยู่ที่นี่มานานแล้ว

 

เมื่อขุดไปหลายจุด ก็พบจริงๆ มีลักพิเศษคือ จะฝังหันศรีษะไปทางด้านบน วางทแยง และหันเท้าลงทะเล ฝังเปลือกหอยเป็นเครื่องประดับควบคู่ไปด้วย ซึ่งขุดมาเจอตรงตามลักษณะคำบอกเล่า โดยการขุดใช้เจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร มาขุดแบบมืออาชีพ พร้อมตรวจสอบหาความเก่าแก่จากชั้นหิน ดิน และกระดูก และหลังจากพบแล้ว ก็ใช้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์มาตรวจสอบ DNA เทียบกับคนชราในชุมชน และพบว่า มีถึง 10 ราย ที่ DNA สอดคล้องกับโครงกระดูกเหล่านี้

 

 

กระดาษเก่าๆ เหล่านี้ กลับมีความหมายต่อกระบวนการพิสูจน์สิทธิอย่างมาก นี่คือ “ทะเบียนนักเรียน” ที่บนหน้าปกระบุว่า เป็นทะเบียนเมื่อปี 2475 โรงเรียนที่อยู่บริเวณนั้น มีโรงเรียนเดียว คือ วัดสว่างอารมณ์ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปพบสมุดทะเบียนเช่นนี้ถึง 30 เล่ม จากคนที่ยังมีชีวิตอยู่ หมายความว่า ในปี 2475 มีนักเรียนอย่างน้อย 30 คนที่มาจากที่นี่ ไม่นับที่หาเอกสารไม่พบ หรือเสียชีวิตไปแล้ว และคนเหล่านี้อยู่กับครอบครัว ซึ่งก็แปลว่า มีชุมชนดั้งเดิม ตั้งอยู่ที่นี่ตั้งแต่ก่อนปี 2475 ซึ่งแน่นอนว่า ก่อนมี สค.1 ปี 2497 ขณะที่โฉนด ซึ่งแปลงมาจาก สค.1 ออกในปี 2508

 

ทั้งหมดนี้ คือ ส่วนหนึ่งของหลักฐานสำคัญ ที่ทีมข่าว PPTV ได้มาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหลักฐานที่ชี้ว่า “โฉนด” ของที่ดินแปลงนี้ อาจเป็นโฉนดที่ออกมาโดยมิชอบ เพราะคำให้การของฝ่ายผู้ถือเอกสารสิทธิเอง ก็มีหลาสยประเด็นขัดแย้งกับหลักฐาน ซึ่งมีทั้ง DNA ภาพถ่ายทางอากาศ ต้นไม้ ที่นา หรือแม้แต่ทะเบียนนักเรียน และถ้าความขัดแย้ง ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ถูกหยุดไว้ได้ โดยรัฐ หน่วยงานฝ่ายปกครอง กลับมาพิจารณาหลักฐานเหล่านี้ ก็อาจทำให้ “ข้อพิพาทที่ยาวนาน” มีข้อยุติได้ซักที

 

 

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ