เพื่อให้เห็นภาพใหญ่ของการจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ว่าทำไมผ่านมากว่า 5 วันแล้วน้ำจึงยังไปไม่ถึงปลายคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง พื้นที่การประปาส่วนภูมิภาคในอำเภอดอนเจดีย์ จากแผนผังการจัดสรรน้ำพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตสำนักงานชลประทานที่12 นี่เป็นข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา06.00น.ช่วงเช้าที่ผ่านมา เราจะเห็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงปริมาณน้ำตั้งแต่ต้นคลองไปจนถึง ปลายคลองอย่างชัดเจน คลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง มีความยาว 104 กิโลเมตร กินพื้นที่จังหวัดชัยนาท –สุพรรณบุรี รับน้ำมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง มีโครงการชลประทาน 3 โครงการคือ โครงการพลเทพ ท่าโบสถ์ และดอนเจดีย์ ตัวเลขชัดเจนว่า ขณะนี้ทั้ง 3 โครงการปริมาณรับน้ำ คือ 0 นั้นหมายความว่า น้ำที่ สำนักงานชลประทานที่12 สูบมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ได้ถูกนำเข้าสู่โครงการชลประทานทั้ง 3 แห่งเลย
ขณะที่ ตัวเลข ปริมาณน้ำในแต่ละประตูน้ำ น้ำเข้าสู่ประตูน้ำปากคลองมะขามเฒ่า-อู่ทองที่จังหวัดชัยนาท ในปริมาณ 3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พอมาถึงประตูน้ำกลางคลองน้ำยังอยู่ที่ประมาณ3 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่พอไปถึงประตูน้ำถัดไปตัวเลขปริมาณลดลงเหลืออยู่ที่ 0.46 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต่อวินาที
คำถามก็คือว่า แล้วน้ำหายไปไหนเมื่อโครงการชลประทานไม่ได้สูบน้ำเข้าเขตชลประทานเลย ตลอดความยาวของคลองมะขามเฒ่า 104 กิโลเมตร มีพื้นที่นาข้าวรวมกันในเขตพื้นที่ชลประทาน 3แห่งเกือบ 3 แสนไร่ แบ่งเป็นในเขตพื้นที่ชลประทานพลเทพ 15,800ไร่ ท่าโบสถ์ 133,993ไร่ และดอนเจดีย์ 144,317ไร่ เพราะฉะนั้นเมื่อเกษตรกร ทราบข่าวว่าจะมีการปล่อยน้ำมายังการประปาส่วนภูมิภาค หน่วยบริการดอนเจดีย์ที่อยู่ปลายคลอง จึงพากันมาตั้งเครื่องสูบน้ำสูบเข้าพื้นที่การเกษตรของตัวเอง น้ำจึงหายไปจากระบบ และไปไม่ถึงการประปาส่วนภูมิภาค
ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา พบว่า มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังเกินจากแผนแล้วกว่า 1 ล้านไร่ หรือ ร้อยละ149 โดยพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
มาดูปริมาณน้ำต้นทุน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ขณะนี้แต่ละเขื่อนเหลือน้ำที่ใช้การไม่ถึงครึ่ง
เขื่อนภูมิพล เหลือน้ำที่ใช้การได้ ร้อยละ 10 จากปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ35
เขื่อนสิริกิติ์ เหลือน้ำที่ใช้การได้ ร้อยละ 25 จากปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 48
เขื่อนแควน้อย เหลือน้ำที่ใช้การได้ ร้อยละ 35 จากปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 38
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เหลือน้ำที่ใช้การได้ ร้อยละ จากปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 47
ทั้ง 4 เขื่อน มีปริมาณน้ำกักเก็บคงเหลือรวมกันเพียง 10,130 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ41 โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้จริงเพียง 3,434 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 19 เท่านั้น