นี่คือส่วนหนึ่งที่คุณพาที สารสิน ชี้แจงถึงสาเหตุที่ต้องยกเลิกเที่ยวบิน 9 เที่ยวบินกับผู้โดยสารที่ตกค้างในคืนเกิดเหตุว่า เกิดจากการที่สายการบินต้องการยกระดับการบริหารให้ได้ตามมาตรฐานของเอียซ่า ซึ่งเมื่อเอียซ่ามาตรวจสอบ ในส่วนของนักบินที่ทำงานด้านบริหารด้วยไม่ผ่านมาตรฐาน สายการบินจึงจำเป็นต้องหาคนเข้ามาทำหน้าที่บริหารแทน เป็นสาเหตุที่ทำให้กลุ่มนักบินเดิมไม่พอใจ จนประท้วงไม่ปฏิบัติหน้าที่
แต่หากนำไปเปรียบกับคำอธิบายของคุณออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระหว่างแถลงข่าวหลังเรียกสายการบินในประเทศทุกแห่งร่วมประชุมเพื่อแก้ปัญหา กลับเชื่อว่าสาเหตุของปัญหาที่ทำให้สายการบินนกแอร์ต้องยกเลิกเที่ยวบินไม่เกี่ยวข้องกับองค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป หรือเอียเซีย เพราะสายการบินที่จะเข้มงวดกับมาตรฐานนี้ น่าจะเป็นสายการบินที่มีเที่ยวบิน บินเข้ายุโรป แต่สายการบินนกแอร์ไม่เข้าข่ายนี้ ซึ่งยังคงต้องรอคำอธิบายเพิ่มเติมจากสายการบินนกแอร์
ข้อสังเกตุถึงสาเหตุยกเลิกเที่ยวบินครั้งนี้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานเอียซ่า ดูจะมีน้ำหนักขึ้น เมื่อกลุ่มนักบินที่เป็นคู่กรณีเริ่มออกมาเปิดเผยถึงเหตุผลที่ลางานพร้อมกันว่า เกิดขึ้นจากความต้องการแสดงออกให้บริษัทแก้ปัญหาด้านการบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน ซึ่งมีประเด็นขาดแคลนนักบินเข้ามาเกี่ยวข้อง
นี่เป็นข้อมูลที่ทีมข่าว PPTV ได้รับจากการพูดคุยกับหนึ่งในนักบินของสายการบินนกแอร์ที่อยู่ในกลุ่มนี้ ปัจจุบันสายการบินนกแอร์มีนักบินอยู่ประมาณ 200 คน โดยในช่วง 12 ปีหลังมานี้ มีนักบินลาออกประมาณ 50 คน ประกอบกับสถานการณ์ที่บริษัทเพิ่มเที่ยวบินจำนวนมากในช่วงหลัง ทำให้ปัญหาขาดแคลนนักบิน ถือเป็นส่วนหนึ่ง ที่ในฐานะนักบินที่มีประสบการณ์เป็นครูฝึก ไม่สามารถรับนโยบายของบริษัทได้ จนเป็นสาเหตุให้ต้องแสดงออก เพื่อให้เร่งแก้ปัญหา เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้โดยสาร
ทีมข่าว PPTV พยายามหาเกณฑ์มาตรฐานของการจัดตารางการทำงานนักบิน พบว่า นโยบายของบริษัทที่ประกอบกิจการด้านนี้ แม้จะมีหลักเกณฑ์กลางของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยให้เป็นแนวปฏิบัติ แต่ในรายละเอียดนโยบายของบริษัทมีผลอย่างมาก เนื่องจากหลักเกณฑ์ฉบับนี้ เป็นเพียงแค่กรอบปฏิบัติแบบกว้าง
นี่คือตาราง”ชั่วโมงการบิน” ที่สมาคมนักบินให้ข้อมูลว่า ภายใน 1 เดือน นักบินทุกคนจะต้องบินไม่เกิน 83 ชั่วโมง แต่ถ้าแบ่งย่อยเป็นสัปดาห์ อาทิตย์หนึ่งห้ามเกิน 35 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าถ้านักบินมีชั่วโมงบินครบ 83 ชั่วโมงก่อนกำหนด จะต้องหยุดบินทันที และทุกสายการบินจะต้องจัดชั่วโมงบินของนักบินแต่ละคนให้ไม่เกินคนละ 1,000 ชั่วโมงต่อปี
ส่วนช่วงเวลาการบินแต่ละวัน ก็จะถูกกำหนดไว้เป็นกรอบหลวมๆ ว่านักบินคนหนึ่งสามารถบินประมาณ 9 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 13 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเมื่อปฏิบัติงานจริง ก็จะขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ประกอบการว่าจะมีการบริหารจัดการอย่างไรให้เป็นไปตามกรอบที่กำหนดไว้
ส่วนอีกข้อสังเกตุที่เกิดขึ้นว่า ทำไมสายการบินนกแอร์ ไม่สามารถหานักบินสำรองมาปฏิบัติหน้าที่แทนได้ แม้แต่เที่ยวบินเดียว ทั้งที่ระบบปกติน่าจะมีนักบินสำรอง หรือ แสตนบายด์ไว้ทำหน้าที่ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของสายการบิน ที่จะต้องรอบรับสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อป้องกันความเสียหายทางธุรกิจ แม้จะไม่มีระเบียบปฏิบัติเป็นเกณฑ์กลางชัดเจนก็ตาม
นายกสมาคมนักบินให้ข้อมูลว่า ตามหลักปฏิบัติส่วนใหญ่ สายการบินต่างๆจะจัดนักบินสำรองไว้ทำหน้าที่ ซึ่งจะต้องผลัดเปลี่ยนกันประมาณคนละ 12 ชั่วโมง แต่ต้องยอมรับว่า การจัดระบบเช่นนี้ จะทำให้เสียกำลังคนในส่วนของนักบิน จึงเป็นปัญหาอย่างมากของสายการบินที่อยู่ในภาวะขาดแคลนนักบินจำนวนหนึ่ง
มีข้อเสนอที่น่าสนใจ สำหรับแนวทางป้องกันข้อพิพาทระหว่างนักบินกับบริษัทผู้ประกอบการจนกลายเป็นคดีความขึ้นสู่ศาลแบบต่างประเทศ
นายกสมาคมนักบินวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสายการบินนกแอร์ ถือเป็นผลพวงที่เกิดขึ้นจากการขาดกลไกพูดคุยต่อรองระหว่างพนักงานกับบริษัทผู้ประกอบการ จึงเสนอให้จัดตั้ง “สภานักบิน” โดยนำพนักงานของสายการบินต่างๆมาเป็นสมาชิกคล้ายกับองค์กรวิชาชีพ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงคมนาคม สถาบันการบินพลเรือนมาร่วมทำงานในสภานักบิน เพื่อช่วยไกล่เกลี่ย เวลาเกิดข้อพิพาทระหว่างบริษัทกับลูกจ้างในธุรกิจการบิน