นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม หรือเจ้าของนามปากกา ส. ศิวรักษ์ เปิดเผยถึงกรณีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ว่าแม้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ปี 2505 จะไม่ได้ระบุชัดเจนว่าตำแหน่งพระสังฆราชห้ามมีความมัวหมอง แต่ในทางปฏิบัติพระธรรมต้องนำกฏหมายมาดูอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้เห็นว่าการมีคดีทางโลกติดตัวถือเป็นความมัวหมองของพระสงฆ์อย่างหนึ่ง
ส่วนความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในหมู่ของพระสงฆ์เห็นว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะการปกครองคณะสงฆ์ถูกรวมอำนาจไว้ที่มหาเถรสมาคมแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งการรวบอำนาจเปลี่ยนแปลงไปจาก พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ปี 2505 เดิม เพราะตามธรรมเนียมปฏิบัติเดิมนั้น มหาเถรสมาคมไม่ได้มีอำนาจมากเท่าปัจจุบัน และพระไม่ได้บวชเพื่อต้องการเป็นนักปกครอง แต่พระบวชเพื่อเผยแพร่ศาสนาและมีเป้าหมายเพื่อบรรลุนิพพาน
ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ส่งข้อความระบุว่าจะไม่ให้มีการจัดดีเบตระหว่างพระสงฆ์ผู้เห็นต่างทางพุทธศาสนาเพื่อหาทางออก แต่จะเน้นเดินสายสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนและหมู่พระสงฆ์แทน
ส่วนกรณีที่ดีเอสไอแถลงข่าวระบุว่ารถหรูของสมเด็จช่วงนำเข้าจดประกอบผิดกฎหมายนั้น คงจะต้องไปศึกษาดูข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฯให้ชัดเจนอีกครั้ง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าสมเด็จช่วงจะมีความผิดด้วยหรือไม่เพราะถือว่าคดียังไม่เป็นที่สิ้นสุด
ติดตามรายละเอียดการสัมภาษณ์ ส.ศิวรักษ์ ฉบับเต็มในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว วันนี้ (18 ก.พ.59) เวลา 19.50-20.20 น.