ทิศทางอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยในปีนี้ พันเอก ดร.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มองว่าเป็นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มกิจการ ต้องรอให้ผ่านพ้น 3-5 ปีแรกของการลงทุนไปก่อน ถึงจะเห็นรายได้จากโฆษณาที่ชัดเจน และอีก 5-10 ปี ถึงจะได้รายได้และเงินทุนคืน
โดยในปี 2558 ดิจิทัลทีวีสามารถดึงโฆษณาจาก 6 ช่องหลังได้ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่องที่มีฐานลูกค้าเดิม ทำให้ช่องใหม่ต้องเร่งพัฒนาเนื้อหารายการเพื่อดึงดูดคนดู และสร้างเอกลักษณ์ช่องให้ชัดเจน แม้บางช่องยกเลิกกิจการไปแล้ว หลังแบกรับต้นทุนไม่ไหว ทั้งนี้พันเอก ดร.นที ระบุว่าถือเป็นไปตามกลไกทางธุรกิจ ส่วนผู้ประกอบการรายใดที่มีทุนหนา คอนเทนท์ดี สามารถดึงดูดผู้ชมได้ ก็จะเดินหน้าในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ต่อไปได้
ขณะที่ผู้ประกอบการทีวีดาวเทียม วันนี้ (25 ก.พ. 59) ได้จัดเสวนา "ชี้ชะตาทีวีดาวเทียม อยู่หรือตาย" เรียกร้องให้ กสทช. เข้ามาดูแลให้ความเท่าเทียมบริหารจัดการเทียบเท่าดิจิทัลทีวี เนื่องจากปี 2559 นี้ ผู้ประกอบการธุรกิจดาวเทียมหลายรายเริ่มไปต่อไม่ไหว และที่ผ่านมา ขาดทุนกิจการไปแล้วกว่า 50 ราย จากการจัดระเบียบของ กสทช. โดยผู้ประกอบการระบุว่าทีวีดาวเทียมถือเป็นช่องทางหลักและมีฐานธุรกิจในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมถึงคนดูมากกว่าดิจิทัลทีวี จึงอยากให้ กสทช.ดูแลให้ทั่วถึงและเป็นธรรม