"บิ๊กดีล" ไทย-เมียนมาร์ เตรียมใช้"ท่องเที่ยว"และ"พลังงาน"พลิกโฉมเศรษฐกิจอาเซียน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เมื่อ "เมียนมาร์" ยักษ์หลับแห่งอาเซียนจ่อขยับ พิจารณา "บิ๊กดีล" พัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและแหล่งพลังงานร่วมกับไทย ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองภายในของ 2 ฝ่ายที่กำลังผันผวน

 

นี่ถือเป็นคำอธิบายที่พยายามย่นย่อ สรุปการพูดคุยครั้งประวัติศาสตร์กว่า 1 ชั่วโมงให้เพียงประโยคเดียว ที่ยังต้องติดตามกันเป็นหนังม้วนยาวของ 2 ชาติอาเซียนที่มีเรื่องราวต่อกันในหลายแง่มุม ตั้งแต่โบราณกาล


เมื่อนายยู ต่วย อ่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการโรงแรมและการท่องเที่ยว เมียนมาร์ ประชุมร่วมกับคณะของนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ณ กรุงย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 27 ก.พ.59  โดยเนื้อหาสำคัญของการเจรจาครั้งนี้ คือ การตกลงกรอบหลักการความร่วมมือของ 2 ประเทศ ที่จะช่วยกันพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพจำนวนมากในอาณาเขตของเมียนมาร์ 

 

 


แม้การเมืองภายในของเมียนมาร์จะยังไม่นิ่ง เพราะคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันจะหมดวาระสิ้นเดือนมีนาคมนี้ และจะถูกแทนที่ด้วยคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้สถานการณ์ที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติหรือNLD ของนางอองซานซูจี ชนะการเลือกตั้งขาดลอย แต่การหารือแผนพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกับไทยในวงเจรจานี้ เป็นการพูดคุยถึงการวางรากฐานระยะยาว เพราะรัฐมนตรีท่องเที่ยวฯของเมียนมาร์เชื่อว่า ไม่ว่าคนของพรรคใดมานั่งเก้าอี้ในตำแหน่งนี้ ทิศทางของเมียนมาร์ก็คงเติบโตไปในแนวทางที่คงไม่ต่างจากนี้มาก เพราะขณะนี้พวกเขาตัดสินใจเปิดประเทศอย่างเต็มตัว แม้ในใจลึกจะยังคงลำบากใจที่จะอธิบายสถานการณ์การเมืองภายใน เมื่อถูกตั้งคำถามถึงความแน่นอนของนโยบาย

ส่วนบทบาทของไทย ผู้แทนเมียนมาร์รู้สึกประหลาดใจและตื่นเต้นอย่างมาก ที่ไทยสามารถพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจนสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากปีละกว่า 2 ล้านคน เป็นกว่า 30 ล้านคนได้ในเวลาไม่กี่ปี จึงต้องการขอให้ไทยช่วยสนับสนุนในบทบาทคล้ายกับพี่เลี้ยงทั้งในด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การตลาด และวางโครงสร้างพื้นฐานอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในการเดินทางสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในเมียนมาร์

ซึ่งมีอยู่ตลอดแนวชายแดนติดกัน ทั้งที่ จ.ระนอง จ.กาญจนบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หรือจะเป็น จ.แม่ฮ่องสอน
 

ขณะที่เมียนมาร์เอง เวลานี้อยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายระเบียบต่างๆเพื่อผ่อนปรนเงื่อนไขด้านความมั่นคง เปิดทางรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความล่าช้าในขั้นตอนตรวจสอบคนเข้าเมืองและยกเลิกข้อกำหนดห้ามคนต่างชาติลงทะเล รวมถึง ห้ามพักค้างแรมบนหมู่เกาะน้อยใหญ่ในน่านน้ำของตัวเอง เพราะต้องการใช้ทรัพยากรที่ยังคงมีความสมบูรณ์จากการปิดประเทศมาช้านานอย่างคุ้มค่า 

หากทั้ง 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงที่ให้พันธสัญญากันไว้ว่า จะนำกลับไปหารือกับครม.ของแต่ละประเทศ รัฐมนตรีท่องเที่ยวไทยและเมียนมาร์ต่างแสดงความเชื่อมั่นว่า นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของอาเซียนคอนเนคหรือการทำให้อาเซียนเชื่อมต่อกันเป็นหนึ่ง

ที่สำคัญในวงประชุมนี้ ยังมีตัวแทนของกระทรวงพลังงานไทย ไปเสนอแนวคิดโครงการพัฒนาแหล่งพลังงานในเมียนมาร์ร่วมกัน โดยอาศัยเทคโนโลยีและต้นทุนของฝ่ายไทย ซึ่งหากเป็นไปตามท่าทีที่ผู้แทนเมียนมาร์แสดงออก ในอนาคตอันใกล้อาจได้เห็น "บิ๊กดีล" ด้านนี้ของ2ฝ่ายด้วย

แต่ถึงอย่างไร ความตั้งใจทั้งหมด ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก หากจะพัฒนาเป็นข้อตกลงในอนาคต เพราะทั้ง 2 ฝ่ายยังคงต้องเผชิญกับความผันผวนของสถานการณ์การเมืองภายในอย่างมาก แม้การพบกันครั้งนี้จะพูดคุยถึงขั้นรูปแบบของการลงทุนร่วมกันในลักษณะมีผลประโยชน์ร่วมในแบบที่เมียนมาร์ก็ไม่สงวนท่าที ถึงขนาดเอ่ยปากว่า ยินดีให้รัฐบาลไทยนำนักลงทุนมาเลือกชี้แหล่งท่องเที่ยวที่เห็นว่ามีศักยภาพไปบริหารจัดการได้เลยก็ตาม อย่างเช่นเวลานี้ก็เริ่มมีนักธุรกิจไทยจำนวนหนึ่ง ได้รับสิทธิ์สัมปทานบริหารหมู่เกาะจากรัฐบาลเมียนมาร์บ้างแล้ว



เรื่อง : พุทธิฉัตร จินดาวงศ์

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ