สถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดนครราชสีมา หลังประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 10 อำเภอ และมีพื้นที่ทางการเกษตรเสียหายกว่า 460,000 ไร่ โดยชาวบ้านต้องไปคอยรองรับน้ำบาดาลที่ทางเทศบาล ต.พระทองคำ ขุดไว้ให้ตลอดทั้งคืน เนื่องจากแหล่งน้ำดิบที่ผลิตประปาแห้งขอด ทำให้นายกเทศมนตรีต้องประกาศงดจ่ายน้ำประปาวันเว้นวัน และวิ่งซื้อน้ำดิบห่างจากตัวอำเภอ 18 กิโลเมตร มาใช้ผลิตประปาแทน โดยทางจังหวัดได้ดำเนินการเจาะบ่อบาดาลไปแล้ว 27 บ่อ ซึ่งหากปีนี้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลคาดว่าชาวบ้านจะเดือนร้อนหนักขึ้น
ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งที่อุทัยธานี ถือว่าแห้งแล้งที่สุดในรอบ 30 ปี ล่าสุดปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัด ที่โครงการบำรุงรักษาทับเสลา เหลือปริมาณน้ำเพียง 29 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยทางจังหวัดเตรียมบริหารจัดการน้ำให้หมู่บ้านอพยพและหมู่บ้านที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปมอบที่ดินทำกินให้แก่ผู้ยากไร้อย่างเพียงพอ เพื่อระษารบบนิเวศน์และรักษาสภาพความแข็งแรงของอ่างเก็บน้ำ
ขณะที่จังหวัดพิจิตร ชาวบ้าน ต.เมืองเก่า อ.เมืองพิจิตร ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอย่างหนักเช่นกัน โดยแม่น้ำพิจิตรที่ไหลผ่านพื้นที่ปริมาณน้ำลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำที่อยู่ใต้ดินและเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการผลิตน้ำประปาของหมู่บ้านลดต่ำลงไปด้วย ทำให้ผลิตน้ำประปาไม่ทันและต้องจ่ายน้ำเป็นช่วงเวลาเฉพาะช่วงเช้าและช่วงเย็นเท่านั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น