แนะ 5 แนวทาง ป้องกันปัญหา “พิการแต่กำเนิด” 

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ชี้ปัญหาพิการแต่กำเนิน ป้องกันได้ด้วยด้วยการดูแลครรภ์ให้สมบูรณ์

 

 

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลการจดทะเบียนความพิการแต่กำเนิดในประเทศไทย โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ปี 2557 ซึ่งสำรวจในพื้นที่ 41 จังหวัด จากเด็กเกิดมีชีพจำนวน 180,393 ราย พบเด็กที่มีความพิการแต่กำเนิด จำนวน 4,299 ราย ความผิดปกติที่พบบ่อย 5 อันดับแรก ได้แก่ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด 47.86% ภาวะแขนขาพิการ 16.60% ปากแหว่ง-เพดานโหว่ 13.0% กลุ่มอาการดาวน์ 8.54% และภาวะน้ำคั่งในสมองแต่กำเนิด 2.39% ตามลำดับ การมีทารกและเด็กพิการแต่กำเนิดในครอบครัว ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตัวผู้ป่วยเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันยังทำให้ครอบครัว ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่สูง บางครอบครัวรู้สึกอับอาย ไม่พาเด็กมารับการรักษา ปัญหาเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

 

พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี อธิบายเพ่ิมเติมว่าความพิการแต่กำเนิด แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ความพิการทางด้านโครงสร้างของร่างกาย เช่น คลอดมาแล้วเป็นโรคหัวใจ ปากแหว่งเพดานโหว่ แขนขาขาด และความพิการของการทำงานในหน้าที่และภาวะร่างกาย เช่น มีภาวะต่อมไทรอยด์บกพร่อง หรือกลุ่มโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์อาจตรวจพบตั้งแต่ก่อนคลอด แรกคลอดหรือตรวจพบในภายหลัง สาเหตุอาจจากพันธุกรรม หรือพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม มากกว่า 70% ของความพิการแต่กำเนิด สามารถรักษาหรือป้องกันได้ด้วยการดูแลก่อนการตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ และการคลอด 

สำหรับแนวทางการป้องกันความพิการแต่กำเนิดนั้นแบ่งออกเป็น 5 ด้านที่สำคัญ ได้แก่  1.ให้ความรู้แก่พ่อแม่ในการวางแผนครอบครัวให้ดี โดยแนะนำให้มาฝากท้องแต่เนิ่นๆ ตั้งแต่ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ จะช่วยป้องกันความพิการแต่กำเนิดได้ เช่น การค้นหาคู่สมรสที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการมีบุตรเป็นโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคโลหิตจางทาลัสซีเมีย การมีบุตรในช่วงอายุมารดาที่เหมาะสมสามารถลดอุบัติการณ์เกิดโรคกลุ่มอาการดาวน์ได้ 

 

2.การเสริมสารอาหารที่เหมาะสมในหญิงวัยเจริญพันธุ์และมารดาที่ตั้งครรภ์ เช่น การเสริมกรดโฟลิกขนาด 400 ไมโครกรัมต่อวันอย่างน้อย 1 เดือนก่อนการตั้งครรภ์สามารถลดอุบัติการณ์การเกิดภาวะหลอดประสาทไม่ปิดได้ เป็นต้น

 

3.หลีกเลี่ยงสารก่อให้เกิดความพิการแต่กำเนิด เช่น การใช้สารเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และป้องกันโรคติดต่อที่อาจทำให้เกิดความพิการแต่กำเนิด เช่น โรคหัดเยอรมันโดยการฉีดวัคซีนป้องกัน

 

4.ให้การดูแลสุขภาพของมารดาที่มีโรคเรื้อรังให้ดีก่อนและระหว่างการตั้งครรภ์ เช่น มารดาที่เป็นโรคเบาหวาน  โรคลมชักที่ต้องกินยากันชักระหว่างการตั้งครรภ์ หรือหลีกเลี่ยงการใช้ยารักษาสิว (Isotretinoin) ขณะตั้งครรภ์ ดังนั้น ผู้ที่ได้รับยานี้จะต้องคุมกำเนิดก่อนรับประทานยาอย่างน้อย 3 เดือน และคุมกำเนิดตลอดระยะเวลาที่ใช้ยาตัวนี้ในการรักษา

 

5.การตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด เพื่อค้นหาเด็กที่มีความผิดปกติแต่กำเนิดและให้การรักษาก่อนที่จะมีความพิการตามมา เช่น การตรวจคัดกรองภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนแต่กำเนิด เป็นต้น  

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ