หากจะเอ่ยว่า การสร้างกลุ่ม รด. จิตอาสา ใช้โครงการคล้ายกับกองทัพบก ก็อาจจะไม่ผิด เพราะทั้งกว่า 8 หมื่นคน ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ จะต้องจำแนกแบ่งกลุ่มกันเป็นกองร้อย หมวด หมู่ และมี ครูฝึกหรือ บก.ควบคุม ผ่านสัสดีอำเภอและจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งการติดต่อและกำกับดูแลจะใช้ไลน์และเฟสบุ๊คตั้งกลุ่มเพื่อสั่งการภารกิจ
หากรวบรวมรด.จิตอาสา ทั้งส่วนกลาง กองทัพภาคที่ 1 , 2 , 3 และ 4 พบว่า ที่ทั้งสิน 2,859 หมู่ ครอบคลุมพื้นที่ทำงาน 650 อำเภอ และตลอด 3 เดือน ตั้งตุลาคมปี 2558 ที่เริ่มก่อตั้ง จนถึง ธันวาคม มีการปฏิบัติภารกิจภายใต้ 5 กรอบงาน โดยมีประชาชนร่วมกิจกรรมแล้วถึงกว่า 5 แสนคน ในจำนวนนี้ก็เริ่มมีการรณรงค์ทำความเข้าใจในส่วนของเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ผลงานรัฐบาล ตลอดไปจนถึง ถ่ายทอดวิธีคิดและความตั้งใจของคสช.และรัฐบาลไปแล้วเกือบ 1 พันรอบ
พลโทวีรชัย อินทุโศภน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ยืนยัน ทั้งเนื้อหาและกระบวนการของโครงการ รด.จิตอาสา ไม่เข้าข่าย ไม่มีเจตนา ตลอดไปจนไม่สามารถชี้นำความคิดทางการเมืองให้กับเยาชนกลุ่มนี้และคนรอบข้างได้ เพราะส่วนใหญ่ คือ การถ่ายทอดข้อมูลและข้อเท็จจริงของเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในประเด็นที่สังคมมีข้อสงสัย แต่นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ที่ติดตามโครงการนี้ ก็ให้ความเห็นว่า การใช้วิธีเช่นนี้ของกองทัพบกก็มีความละเอียดอ่อนที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะการทำให้เยาวชนรับข้อมูลด้านเดียว ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางความคิดมากว่า 1 ทศวรรษ
อีกจุดที่เป็นข้อสังเกตุของนักวิชาการรัฐศาสตร์ คือ ช่วงอายุของนักศึกษาวิชาทหาร ที่อาจจะทำให้เป็นปัจจัยสำคัญ ที่พวกเขาถูกให้ความสำคัญในการแสดงบทบาททางการเมืองหัวเลี้ยวหัวต่อของการปฏิรูป
สำหรับช่วงวัยของนักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่1 ถึง 5 ก็คือ เด็กในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายไปจนถึงมหาวิทยาลัยในช่วงต้น ก็จะมีอายุประมาณ 16 ถึง 20 ปี // นั่นหมายความว่า เด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่กำลังจะมีสิทธิ์เลือกตั้งหรือออกเสียงในทางการเมืองในเวลาอันใกล้หรือบางคนอาจจะสามารถใช้สิทธิ์ครั้งแรกในการลงประชามติและการเลือกตั้งที่กำลังเกิดขึ้นด้วยซ้ำ
นี่ถือเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักวิชาการรัฐศาสตร์คนนี้มองว่า อาจจะเป็นอีกเงื่อนไขที่ทำให้นักวิชาการกลุ่มนี้ถูกให้ความสำคัญ และประเด็นหลักอาจจะไม่ได้อยู่ที่การให้เด็กเหล่านี้เป็นตัวกลางจูงใจบุคคลใกล้ชิดอย่างผู้ปกครอง ซึ่งทำได้ยาก เพราะมีประสบการณ์ทางการเมืองน้อยกว่า