วันนี้ (11 มี.ค. 59) กรมควบคุมมลพิษเปิดเผยสภาพอากาศภาคเหนือของประเทศไทยว่าขณะนี้สภาพหมอกควันอยู่ในระดับปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีค่าสารมลพิษทางอากาศ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน เกินมาตรฐานที่ 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ 3 จังหวัด สูงสุดคือที่ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 186 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร รองลงมาคือ ที่ ต.นาจักร อ.เมือง จ.แพร่ อยู่ที่ 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และที่ ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา มี อยู่ที่ 139 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
จากสถานการณ์นี้ส่งผลให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ ต้องขึ้นทำฝนเทียมเพื่อสร้างความชุ่มชื้น และเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ให้กับเมฆ สำหรับช่วยในการดูดซับมลพิษจากสถานการณ์ไฟป่า โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าควบคุมดูแลอย่างต่อเนื่อง
ส่วนที่ จ.นครพนม เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเข้าไปช่วยกันดับไฟป่า ที่ลุกไหม้กินวงกว้าง กว่า 1000 ไร่ ในเขตพื้นที่ ต.ปลาปาก ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับเขต ต.หนองฮี และ ต.กุรุคุ อ.เมือง จ.นครพนม ตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ (10 มี.ค. 59) แม้ล่าสุดขณะนี้จะสามารถควบคุมไฟป่าได้แล้ว แต่ยังต้องมีการจัดเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อหาทางช่วยเหลือ และเพิ่มมาตรการดูแลป้องกัน ส่วนสาเหตุในการลุกไหม้แต่ละครั้งพบว่ามาจากการจุดไฟเผาตอซังข้าวของชาวบ้านในพื้นที่เป็นส่วนใหญ่
ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศเตรียมรับมือพายุฤดูร้อน หลังพบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิสูงขึ้น และมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นในอ่าวไทยเข้าสู่บริเวณดังกล่าว ขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เกิดพายุฤดูร้อน และมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตกบางแห่ง จึงได้ประสาน 28 จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนในช่วงวันที่ 10–12 มี.ค. 59 โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง