สมเด็จพระจักรพรรดิ อากิฮิโตะ และ นาย ชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ร่วมพิธีรำลึกเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปี 2011 ที่กรุงโตเกียว โดยยืนสงบนิ่ง ณ เวลา 14 นาฬิกา 46 นาที พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเวลาที่เกิดแผ่นดินไหวเมื่อ 5 ปีก่อน
เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น ทั่วประเทศญี่ปุ่นต่างอยู่ในความเงียบสงบ แม้แต่ในเมืองหลวงกรุงโตเกียวที่ปกติจะมีผู้คนพลุกพล่าน โดยประชาชนชาวญี่ปุ่นต่างร่วมกันยืนสงบและโค้งคำนับเพื่อรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศ
สมเด็จพระจักรพรรดิ อากิฮิโตะ ทรงตรัสภายหลังการยืนสงบนิ่งว่า พระองค์ทรงเป็นห่วงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ที่อาจยังไม่ได้รับการดูแล หรือความช่วยเหลือที่เข้าไม่ถึง
แผ่นดินไหวขนาด 9.0 เกิดขึ้นนอกชายฝั่งตะวันออกของประเทศ ญี่ปุ่น และทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิตามมา สร้างความเสียหายอย่างมากต่อประเทศญี่ปุ่น
หนึ่งในผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งนั้น ก็คือความเสียหายต่ออุปกรณ์ทำความเย็นให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุคุชิมะ ซึ่งถือเป็นภัยพิบัตินิวเคลียร์ครั้งที่ร้ายแรงที่สุด นับตั้งแต่เหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ระเบิดที่ประเทศยูเครน
จนถึงวันนี้รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่สามารถความคุมสารกัมมันตภาพรังสีที่รั่วไหลจนปนเปื้อนกับน้ำทะเล และดินทรายรอบบริเวณโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุคุชิมะได้
ภัยพิบัตินิวเคลียร์ฟุกุชิมะในครั้งนั้น ทำให้ประชาชนต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างน้อย 160,000 คน เนื่องจากอาศัยอยู่ในรัศมีที่อันตรายต่อสารปนเปื้อนในอากาศ
จนถึงวันนี้ก็ผ่านมาแล้ว 5 ปี ยังมีประชาชนจำนวนมากที่ไม่สามารถเดินทางกลับเข้าบ้านได้ แม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะพยายามเดินหน้าแก้ปัญหาและควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มที่
ความเสี่ยงของแหล่งพลังงานนิวเคลียร์ เป็นปัจจัยให้ชาวญี่ปุ่นต่อต้านการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างมาก แม้ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นจะยังต้องพึ่งพาพลังงานที่ผลิตจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บ้าง แต่ก็มีเตาปฏิกรณ์อยู่ไม่กี่แห่งที่ยังคงเดินเครื่อง โดยเมื่อวานนี้ (10 มี.ค.59) นายอาเบะ ได้กล่าวต่อที่ประชุมสภาว่า ประเทศญี่ปุ่นจะปฏิเสธการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ในระยะยาวไม่ได้