วันนี้ (16 มี.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทั่วไปในพื้นที่จังหวัดยะลา ยังคงมีกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และภาคประชาชน คอยดูแลความปลอดภัยภายในเขตเทศบาลนครยะลา อย่างเข้มงวด หลังจากมีกระแสข่าวการแจ้งเตือนให้ระมัดระวังการก่อเหตุในช่วงนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.บันนังสตา อ.ธารโต และ อ.รามัน จ.ยะลา และให้ระมัดระวังคนร้ายแต่งกายหญิงเข้ามาดูลาดเลาก่อนลงมือ
ส่วนตามจุดตรวจจุดสกัดได้มีการติดหมายจับกลุ่มคนร้ายที่บุกเข้าไปโรงพยาบาลเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส กว่า 40 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหมายเก่า ปี 58 โดยแกนนำหลักคือ นายลือดี ปูเตะ
ด้านนายอาซีส ตาเดอิน ที่ปรึกษาอาวุโส สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย กล่าวถึง เหตุการณ์ อ.เจาะไอร้อง ว่าถ้ามองในเรื่องของการต่อสู้ระหว่างกลุ่มผู้เห็นต่างกับรัฐ ถือว่าเป็นเรื่องปกติในการต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดน ส่วนการตั้งฐานที่ตั้งใกล้กับสถานที่อ่อนแอ เช่น โรงพยาบาล หรือโรงเรียน นั้น ทางภาคประชาสังคมเคยเรียกร้องมาหลายครั้งแล้ว ให้ถอนออกไปห่างพื้นที่ดังกล่าว เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา ฝ่ายความมั่นคงเองก็ต้องทบทวน พิจารณาในการกำหนดพื้นที่ที่ตั้งฐานของหน่วยกำลังด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่
ส่วนที่จังหวัดปัตตานี นายอำเภอเมืองปัตตานี พร้อมฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจปัสสาวะ ของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองปัตตานี เพื่อตรวจหาสารยาเสพติด ตามโครงการส่วนราชการสีขาวปลอดยาเสพติด ซึ่งจะมีการสุ่มตรวจทุกเดือนทุกตำบล โดยผลการตรวจหาสารเสพติด พบอาสาสมัครมีฉี่สีม่วงจากการเสพยา 1 นาย จึงมีคำสั่งให้ออกทันที
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 59 ที่ผ่านมา ได้มีการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดในกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 557 นาย ใน 10 ตำบล ผลการตรวจพบมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านมีฉี่สีม่วง จำนวน 6 ราย จึงมีคำสั่งให้ออกจากการเป็นกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้งสิ้นรวม 6 ราย