นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยถึงผลการพิจารณาที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่าที่ประชุมมีฉันทามติให้ ส.ว.มีจำนวนไม่เกิน 200 คน โดยคัดเลือกจาก 5 ช่องทาง ดังนี้
1. เป็นอดีตอำนาจอธิปไตยทั้ง 3 อาทิ อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร
2. อดีตข้าราชการสำคัญ อาทิ อดีตผู้บัญชาการเหล่าทัพ อดีตปลัดกระทรวง
3. มาจากประธานองค์กรวิชาชีพที่กฎหมายรองรับ เช่น ประธานหอการค้าไทย ประธานสภาอุตสาหกรรม
4. กลุ่มภาคประชาชน เช่น สหภาพต่างๆ องค์กรภาคประชาชน
5. คัดสรรจากกลุ่มวิชาชีพที่หลากหลายโดยใช้วิธีเลือกตั้งทางอ้อม เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญปี 2489
ทั้งนี้ ส.ว.ยังคงมีอำนาจในการเสนอกฎหมายต่างๆ และกฎหมายการปฏิรูปประเทศ แต่ได้เพิ่มอำนาจการตรวจสอบประวัติผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ก่อนนายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ รวมถึงตรวจสอบประวัติจริยธรรมของหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนก่อนเปิดเผยต่อสาธารณะ
นอกจากนี้ยังมีอำนาจถอดถอนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. และหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนเช่นเดิม แต่ให้ใช้เสียงถอดถอนเกินกึ่งหนึ่งของ 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ทั้งนี้ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกวุฒิสภา
สำหรับที่มาของนายกรัฐมนตรีให้มาจากการเสนอชื่อของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญปี 2540 โดยที่นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. เพื่อเปิดช่องไว้กรณีสถานการณ์ไม่ปกติ