โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงความคืบหน้าในคดีนี้ว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา ดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน โดยมีคดีที่หมดอายุความนั้นเป็นเพราะผู้ต้องหาไม่มาพบ
สื่อมวลชนแทบทุกแขนง เฝ้าติดตามการแถลงจากสำนักงานอัยการสูงสุด กรณี คืบหน้าคดีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ซิ่งรถชนตำรวจ ขับรถหรูชน ด.ต. วิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจนครบาลทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี 2555 ซึ่งขณะนี้หมดอายุความไป 1 คดี และกำลังเป็นที่จับตาของคนในสังคม
โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงว่า กรณีการขาดอายุความ คือขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด และขับรถเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย อัยการได้มีความเห็นสั่งฟ้องแล้ว แต่ผู้ตัองหาไม่มาพบพนักงานอัยการ แต่ผู้ต้องหาไม่มาพบ จึงไม่สามารถฟ้องได้ทันกำหนดเวลาที่หมดอายุความไปเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2556
ขณะที่คดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมีโทษหนักจำคุก 10 ปี นั้น ทีมโฆษกอัยการสูงสุดเปิดเผยว่า คดีนี้ยังไม่หมดอายุความ เพราะในข้อหานี้คดีมีอายุความถึง 15 ปี นับจากวันที่เกิดเหตุ และการฟ้องคดีตามประมวลกฎหมายอาญาระบุว่า หากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหลายบทนั้น ให้ใช้กฎหมายที่มีโทษบทหนักสุด ดังนั้นข้อหาเบาที่ขาดอายุความจึงไม่ส่งผลกระทบกับรูปคดี
ทั้งนี้ทางอัยการให้ผู้ต้องหามาพบเพื่อส่งฟ้องเมื่อ 24 มิถุนายน 2557 แต่ผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม และขอให้สอบพยานเพิ่มเติมถึง 5 ปาก โดยอ้างปรับเด็นใหม่ที่ไม่เคยปรากฏในสำนวนคดี อัยการผู้รับผิดชอบ กำลังอยู่ระหว่างเร่งพิจารณาผลการสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนกรณีหากผู้ต้องหาแสดงเจตนาไม่มาพบพนักงานสอบสวน หรือหลบเลี่ยงตามที่สังคมกังวลก็จะมีมาตรการการทำงานทางกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอีก
สำหรับคดีนี้ พนักงานสอบสวนแจ้ง 4 ข้อหา คือ ขับรถ โดยประมาทให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและทำให่ทรัพย์สินเสียหาย /ขับรถเร็วเกินกำกนด/ขับรถขณะเมาสุรา ไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและแจ้งเหตุในทันทีคดี ขับรถขณะเมาสุรา ศาล ในคดี
คดีขับรถขณะเมาสุราอัยการส่งฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ไปแล้ว แต่ศาลพิจารณาไม่ฟ้องเนื่องจากไม่มีพยานหลักฐายมายืนยันว่า ผู้ต้องหาเมาสุราและ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเห็นชอบตามศาล จึงเป็นที่ยุติ