การประปานครหลวง ตัดสินใจหยุดสูบน้ำดิบเป็นเวลา 3 ชั่วโมง หลังตรวจวัดความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแล วานนี้(29 มี.ค. 2559) พบค่าสูงสุดที่ 0.59 กรัมต่อลิตร
ขณะที่ วันนี้(30 มี.ค. 2559) เจ้าหน้าที่พบว่าน้ำทะเลยังคงหนุนสูงอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา วัดค่าความเค็มสูงถึง 0.34 กรัมต่อลิตร ขณะที่ค่ามาตรฐานเพื่อการผลิตน้ำประปาอยู่ที่ 0.25 กรัมต่อลิตร
สถานการณ์เช่นนี้ ส่งผลให้ การประปานครหลวง ไม่สามารถผลิตประปาได้เต็มที่ จึงประกาศเตือนน้ำประปาอาจไหลอ่อน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 1 เมษายน โดยเฉพาะพื้นที่สำนักงานประปาสาขาสุขุมวิท พระโขนง สมุทรปราการ ทุ่งมหาเมฆ และสุขสวัสดิ์
ทั้งนี้ ผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ได้รวมตัวกันเพื่อใช้น้ำอย่างประหยัด และสร้างการมีส่วนร่วมแบ่งปันน้ำที่เหลือใช้ ให้กับชุมชนและภาคเกษตร โดยตั้งเป้าหมายลดการใช้น้ำลง ร้อยละ 30
ขณะที่ ประธานสภาหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ประเทศไทยโดยเฉลี่ยจะมีฝนตกประมาณ 7.5 แสนล้านล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่ทั่วประเทศสามารถเก็บน้ำได้เพียง 7 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 10 ของฝนที่ตกลงมาเท่านั้น ดังนั้นในระยะยาวภาคเอกชนจะส่งเสริมให้มีการจัดการน้ำ และการจัดทำแก้มลิงในระดับชุมชนมากขึ้น