คำบอกเล่าของอดีตทหารเกณฑ์รายนี้ ประกอบกับภาพถ่ายรอยฟกช้ำตามร่างกาย เป็นสิ่งหนึ่งที่เขานำมาใช้ยืนยันถึงเรื่องราวไม่น่าจดจำ ที่เคยเกิดขึ้นในขณะที่เขายังอยู่ในฐานะพลทหารและประจำการอยู่ในกองร้อยแห่งหนึ่ง เขาอ้างว่าถูกกลุ่มทหารเกณฑ์รุ่นพี่รุมทำร้ายนานกว่า 30 นาที โดยให้เหตุผลเพียงว่า นี่เป็นการฝึกความอดทน
ถึงแม้ว่าความทรงจำอันเลวร้ายของเขา จะไม่ได้จากฝีมือของทหารมืออาชีพ แต่เหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นภายในค่ายฝึก รวมถึงร่องรอยการถูกทำร้าย ที่ถึงแม้ว่าจะหายไปนานแล้ว และผู้กระทำผิดได้รับการลงโทษ แต่เรื่องราวทั้งหมดกลับยังติดอยู่ในใจของเขาและครอบครัว โดยพวกเขามองว่าหากผู้เกี่ยวข้องยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาวัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงลักษณะนี้ได้ ก็ไม่อยากให้ใครในครอบครัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับระบบของทหารอีก
ขณะที่อดีตทหารเกณฑ์รายนี้ยังบอกอีกว่า เหตุการณ์รุมทำร้ายลักษณะนี้ไม่ได้เกิดกับเขาเพียงคนเดียวแต่ยังเกิดกับคนอืนๆ อีกหลายราย นักวิชาการที่ศึกษาระบบและวัฒนธรรมในกองทัพมองว่า นี่เป็นปัญหาในเชิงระบบ ที่เกิดจากการปลูกฝังวัฒนธรรมแบบผิดๆจากรุ่นสู่รุ่น จนนำไปสู่การล้ำเส้นสิทธิมนุษยชน
สำหรับการแก้ไข อดีตทหารเกณฑ์รายนี้ มีข้อเสนอว่า กองทัพควรมีบทลงโทษที่ชัดเจน และผู้บังคับบัญชาควรลงมาแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง รวมถึงการเปิดเผยระบบให้สังคมตรวจสอบได้ในเชิงลึก ซึ่งวิธีนี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมแบบเดิมๆ
นิวัติ โหยหวล ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ รายงาน