วันนี้ (8 เม.ย. 59) นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ผู้นำอังกฤษ เปิดเภยว่าตนเองและภรรยา เคยมีหน่วยลงทุนจำนวน 5,000 หน่วยในกองทุนแบรมอร์ (Blairmor) ในประเทศบาฮามาส ของ นาย เอียน คาเมรอน ผู้เป็นบิดาจริงตามที่ปรากฎในเอกสาร บริษัท มอสแซค ฟอนเซเกอร์ หรือ ปานามา เปเปอส์
อย่างไรก็ตาม นาย คาเมรอน ยืนยันว่า ก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2010 ได้ขายหน่วยลงทุนทั้งหมดออกไปซึ่งได้เงินมาประมาณ 30,000 ปอนด์ หรือ 1,500,000 บาท ส่วนกำไรที่ได้จากการขายหน่วยลงทุนได้รับการยกเว้นภาษี เนื่องจากมีมูลค่าต่ำว่าระดับที่ต้องเสียภาษี แต่ได้จ่ายภาษีเงินปันผลที่ได้จากกองทุนอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ นาย คาเมรอน ยังรับปากว่าจะยอมเปิดเผยจำนวนเงินที่ได้รับจากการคืนภาษีในเร็วๆนี้ด้วย
โดยการชี้แจงของนาย คาเมรอน เกิดจากกระแสกดดันโดยพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านและสื่อมวลชนที่ต้องการให้ นาย คาเมรอน เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติการเงินส่วนตัว ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
ส่วนที่ประเทศไอซ์แลนด์ แม้นายกรัฐมนตรี เดวิด กุนลักสัน ได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบที่มีชื่อปรากฏใน ปานามา เปเปอส์ แล้ว แต่กลุ่มผู้ประท้วงยังคงปักหลักชุมนุมในกรุงเรยาวิก เมืองหลวงของประเทศเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลต้องลาออกทั้งคณะ
รวมถึงกรุงบูเอโนส ไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ประชาชนจำนวนหนึ่งได้ออกมารวมตัวชุมนุมกันที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้ ประธานาธิบดี เมาริซิโอ มาครี ลาออก เพื่อรับผิดชอบต่อกรณีทปานามา เปเปอส์ ขณะที่อัยการอาร์เจนตินากำลังดำเนินการตรวจสอบนายมาครี เกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทในปานามาเพื่อเลี่ยงภาษี
ขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ระบุว่า กรณีอื้อฉาวปานามาเปเปอส์ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารโดยองค์กรสื่อและสถาบันหลายแห่งที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐเพื่อบั่นทอนเสถียรภาพประเทศรัสเซีย