วันนี้ (8 เม.ย. 2559) เวลา 10.00 น. นายชาญวิทย์ ศิริวัฒนาอายุ พร้อม นายเจษฎา ท่อทิพย์ นำเอกสารเข้าแจ้งความกับตำรวจ สถานีตำรวจภูธร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อดำเนินคดีกับ นายภูริ หิรัญพฤกษ์ และ นายพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ข้อหาหมิ่นประมาท กรณีที่ทั้งสองคนได้โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊คส่วนตัว กรณีที่ดินบนเกาะนาคาน้อย โดยระบุว่าข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง และสร้างความเสียหาย หลังจากนี้จะยื่นฟ้องกับศาลจังหวัดภูเก็ต เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบบนเกาะนาคาน้อยอีกครั้ง หลังเกิดข้อพิพาทที่ดินระหว่างครอบครัวหิรัญพฤกษ์ และบริษัทเขาหกลูก
นางเจ๊ะหย้า ตนคลัง ผู้จับจองที่ดินบนเกาะเป็นรายแรกๆ ยอมรับว่า ได้แบ่งขายที่ดินบนเกาะให้กับอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง และทราบว่าที่ดินถูกขายต่อให้ตระกูลหิรัญพฤกษ์ และคนอื่น จึงเป็นไปไม่ได้ที่ตระกูลหิรัญพฤกษ์ จะครอบครองที่ดินบนเกาะเพียงรายเดียว
ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินดังกล่าง เพราะต่างฝ่ายต่างยื่นเอกสารสิทธิ
ส่วนของที่ดินที่ถือครองโดย บริษัท ภูเขาหกลูก เนื้อที่ประมาณ 24 ไร่เศษ กรมที่ดินได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อเพิกถอนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน หลังจากตระกูลหิรัญพฤกษ์ยื่นเรื่องก่อนหน้านี้ ขณะที่ที่ดินในครอบครองโดยตระกูลหิรัญพฤกษ์ ก็ต้องถูกตรวจสอบด้วยเช่นกัน
ทีมข่าว PPTV ตรวจสอบกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ที่เคยเข้าไปพิสูจน์สิทธิที่ดินแปลงนี้มาแล้ว ได้ข้อมูลที่น่าสนใจว่าที่ดิน นส.3ก. แปลงที่มีปัญหา ถูกแปลงจาก สค.1 เป็น นส.3 ก. เมื่อ 30 กรกฎาคม 2557 โดยผู้ที่อ้างเป็นเจ้าของ สค.1 เดิม และโอนให้บริษัทเอกชนในวันเดียวกัน
ดีเอสไอ พบขอปัญหาหลายข้อ เช่น วันที่แจ้งขอออก นส.3 ก. ซึ่งแปลว่า “หนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน” ผู้ร้องอ้างว่าพื้นที่มีสภาพเป็นสวนมะพร้าว และสวนยางพารา แต่ภาพถ่ายทางอากาศตั้งแต่ปี 2510 จนถึงปัจจุบัน มีสภาพเป็นป่า ไม่มีผู้ครอบครองทำประโยชน์
ส่วนเอกสาร สค.1 ที่นำมาขอออก นส.3 ก. ดีเอสไอ พบร่องรอบการแก้ไขในจุดที่ต้องระบุ “พื้นที่ขางเคียง” ในเอกสารสิทธิ โดยแก้ไขว่าพื้นที่ข้างเคียงอยู่ติดทะเล และในสารบบการออกเอกสารสิทธิ ผู้ขอตอบคำถามว่า สค.1 แปลงนี้ไม่ได้เป็นเกาะหรือเป็นภูเขาซึ่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริง
และที่สำคัญ ดีเอสไอ ให้ข้อมูลว่า มีพยานบุคคลที่เซ็นรับรองยอมรับว่า ช่วงที่เซ็น เข้าใจผิดว่าจะขอออกโฉนดที่เกาะนาคาใหญ่ ซึ่งดูสารบบแล้วตรงกับ สค.1 ฉบับบนี้มากกว่า รวมทั้งเจ้าพนักงานที่ดินที่เป็นคนออก นส.3ก. ที่แปลงนี้ ก็เป็นผู้เสนอเพิกถอนสิทธิเอง โดยบอกว่า ได้รับข้อมูลเท็จจากผู้ใต้บังคับบัญชา